สนร. เยอรมนี ขอแสดงความยินดีกับ น.ส. วิริญดา อนุสรณ์ นทร. โอดอส รุ่นที่ 3.2 ที่สำเร็จในการศึกษาในระดับปริญญาตรี

สวัสดีค่ะ ชื่อ ลูกแก้ว นางสาววิริญดา อนุสรณ์ เพิ่งเรียนจบหลักสูตรปริญญาตรี สาขา Logistics and commerce จาก Hochschule Offenburg ที่เมือง Offenburg ค่ะ วันนี้ได้รับโอกาสเพื่อที่จะใช้พื้นที่ส่วนนี้ในการบอกเล่าประสบการณ์การเรียนที่ประเทศเยอรมนีให้กับน้องๆ และทุกคนที่สนใจค่ะ

แก้วจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์ และเคยมีความคิดที่จะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ค่ะ แต่หลังจากที่ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลในโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน รอบที่ ๓ รุ่นที่ ๒ และได้มีโอกาสได้เลือกประเทศตามความต้องการซึ่งต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์และความเหมาะสมต่างๆ นั้น แก้วก็เริ่มเปลี่ยนความคิดและอยากสร้างความท้าทายและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตัวเองค่ะ ด้วยการเลือกประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการเรียนและมีชื่อเสียงในการพัฒนาด้านต่างๆ ของประเทศนั้นๆ รวมถึงต้องมีวัฒนธรรมและภูมิอากาศที่แตกต่างกับประเทศไทยด้วย เยอรมนีจึงเป็นประเทศในตัวเลือกแรกๆ ที่แก้วเลือกไว้ และท้ายที่สุดก็ได้โอกาสมาศึกษาต่อที่ประเทศนี้ค่ะ นับว่าเป็นความโชคดี รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ด้วยค่ะ ในตอนนั้นแก้วก็เริ่มมีความคิดที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น เลยตั้งใจกับตัวเองว่า จะต้องเรียนอะไรที่ใหม่สำหรับเราและเราต้องสนใจจริงๆ บวกกับความพร้อมที่จะเรียนรู้อย่างเต็มที่ โลจิสติกส์จึงกลายเป็นสาขาทางเลือกแรกสำหรับแก้วค่ะ ที่ประเทศเยอรมนีก็มีกลุ่มบริษัทที่เป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ที่มีศักยภาพสูงในการบริหารจัดการ และกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมที่สามารถบริหารงานในด้านโลจิสติกส์ได้เป็นอย่างดี และการทำงานของระบบโลจิสติกส์นั้น ก็ยังสามารถพัฒนาและเติบโตได้มากอีกด้วย ด้วยข้อมูลหลายๆ อย่างทำให้แก้วรู้สึกว่าโลจิสติกส์เป็นสาขาที่น่าสนใจและยังสามารถนำไปประยุกต์หรือปรับใช้ เพื่อพัฒนาธุรกิจขององค์กรรัฐหรือเอกชนในยุคปัจจุบันได้อีกด้วย และนี่ทำให้แก้วเปลี่ยนความคิดที่จะเรียนวิทยาศาสตร์ มาเริ่มเรียนสายบริหารแทนค่ะ แน่นอนว่าการเรียนด้วยหลักสูตรภาษาเยอรมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื่องจากความเข้าใจทางภาษาที่บางครั้งต้องใช้เวลามากกว่าเพื่อนในชั้นเรียนคนอื่นๆ บวกกับความรู้พื้นฐานด้านบริหารหรือบัญชีที่มีเพียงเล็กน้อยนั้น มันจึงกลายเป็นอุปสรรคในช่วงแรก แก้วเคยนั่งมองเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นคนเยอรมันตอบคำถามอาจารย์ได้อย่างมั่นใจ ในใจแอบอิจฉามากๆ เลยค่ะ แต่แก้วก็พยายามให้หนักขึ้น ถ้าเพื่อนอ่านหนังสือสามรอบ เราต้องอ่านห้ารอบ จะออกไปแนวนั้นเลยค่ะ ถ้าไม่เข้าใจก็ถามเพื่อนที่นั่งข้างๆ หรือไม่ก็เดินไปถามอาจารย์เลยค่ะ เพราะว่ากลัวจะเรียนไม่ทันเพื่อนมากๆ จริงๆ แล้วตอนนั้นกดดันมากค่ะ ความกดดันก็มีตั้งแต่เริ่มเรียนจนเรียนจบเลยค่ะ แต่ก็ไม่ได้มีความกดดันเรื่องเรียนตลอดเวลานะคะ ก็ได้ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นสังสรรค์กับเพื่อนๆ ด้วย สรุปว่านอกจากความรู้วิชาการแล้วนั้น เราก็ได้วิชาเอาตัวรอด วิชาท่องเที่ยวในยุโรปอย่างประหยัด วิชาเดินไม่ให้หลงทาง แล้วก็วิชาชีวิตทั่วๆ ไปด้วยค่ะ แก้วคิดว่า แก้วได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองอยากใช้ไปในทางที่ถูกที่ควร สนุกพอสมควรเลยค่ะ ส่วนเรื่องเรียนวิชาการนั้น โดยส่วนใหญ่การเรียนจะเน้นเป็นการอ่านวิเคราะห์และถกเถียงกันในกลุ่มในชั้นเรียน การมีเพื่อนจึงเป็นเรื่องที่ดีและเราควรจะมีไว้ค่ะ เพื่อนในชั้นเรียนที่มหาลัยของแก้วส่วนใหญ่เป็นคนเยอรมันค่ะ รุ่นของแก้วนั้นมีชาวต่างชาติไม่เกินห้าคน นับว่าเป็นเรื่องที่ดีอีกเหมือนกันค่ะ ที่ได้พูดคุยและใช้ภาษาเยอรมันทุกวัน ภาษาของเราก็จะถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ด้วยค่ะ กับเพื่อนชาวต่างติ เราก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดและวัฒนธรรม รวมถึงคอยให้คำปรึกษากันและกันในฐานะนักเรียนต่างชาติเหมือนกัน ปัญหาที่มีบางทีก็คล้ายๆ กันเลยค่ะ ก็สนุกแล้วก็รู้สึกได้เปิดมุมมองให้ตัวเองเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ ส่วนการเรียนที่มหาวิทยาลัยของแก้วนั้น ช่วงเทอมแรกๆ ก็จะเน้นที่พื้นฐานทั่วไปของการบริหาร บัญชี กฎหมาย และคณิตศาสตร์ ส่วนหลังจากนั้นก็จะเน้นไปที่วิชาหลัก ซึ่งของแก้วจะเน้นไปที่โลจิสติกส์ค่ะ แต่ก็ต้องเรียนด้านการบริหารจัดการ การค้าต่างๆ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยพื้นฐานด้วยค่ะ อย่างที่เขียนไว้ข้างต้นว่าโดยส่วนใหญ่การเรียนจะเน้นการถกประเด็นในชั้นเรียน เพื่อนๆ หลายคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานแล้วก็ช่วยอธิบายได้ถ้าเรามีคำถาม ความรู้ทั่วไปหรือชีวิตการทำงานก็ได้มาจากการฟังเรื่องราวจากเพื่อนๆ ด้วยค่ะ แต่ตัวแก้วเองก็ได้มีโอกาสไปฝึกงานกับบริษัทในแผนกโลจิสติกส์โดยตรงและยังมีวิชาที่ได้ทำโปรเจ็คร่วมกับบริษัทที่ตั้งอยู่ในเมืองใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยด้วย ทำให้แก้วได้เห็นเสน่ห์ของการทำงานชัดเจนมากขึ้น ได้เห็นความหลากหลายของโลจิสติกส์ ที่ไม่ใช่แค่การขนส่งสินค้าจากจุด A ไปจุด B แต่ยังมีรายละเอียดเล็กๆ อื่นๆ ที่น่าสนใจ นับเป็นประสบการณ์การทำงานที่สนุก ได้ความรู้ ได้เห็นระบบการทำงานจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือในชั้นเรียน ได้พัฒนาศักยภาพตัวเองในด้านต่างๆ รวมถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการเพิ่มไหวพริบในการใช้ชีวิตอีกด้วย ถ้าเกิดใครมีโอกาสได้ไปฝึกงานกับองค์กรหรือบริษัทต่างๆ ก็อยากแนะนำให้คว้าโอกาสเหล่านั้นไว้นะคะ เผื่อว่าจะได้ค้นพบตัวเองหรือมองเห็นภาพการทำงานของตัวเองในอนาคตชัดเจนมากขึ้น ส่วนใครที่ชัดเจนกับสิ่งที่ตัวเองฝันหรืออยากจะทำอยู่แล้ว แก้วคิดว่ามันเป็นความโชคดีในอีกรูปแบบนึงเลยค่ะ

แก้วมองว่าการศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนีก็เป็นทางเลือกที่ดีมากๆ สำหรับผู้ที่สนใจเลยค่ะ นอกจากค่าครองชีพที่ไม่ได้สูง เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรป หรือการได้ฝึกภาษาที่สาม ยังได้รับมุมมองใหม่ๆ และกระบวนการคิด การใช้ชีวิตในแบบฉบับของคนเยอรมันเพิ่มอีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าการใช้ชีวิตที่นี่ จะไม่มีปัญหาเลย แต่ว่าการมาของปัญหาต่างๆ นั้น เราต้องมองว่าอะไรคือสาเหตุ และเราควรจะรับมือหรือแก้ไขกับสิ่งนั้นอย่างไร แก้วมองว่า อาจจะเป็นเพราะครอบครัวที่คอยให้คำปรึกษา คอยรับฟังทุกครั้ง เพื่อนๆ นักเรียนทุนคนไทย ที่เติบโตและใช้ช่วงเวลาที่ประเทศเยอรมนีมาด้วยกันตั้งแต่เริ่มเรียนภาษา เพื่อนๆ คนเยอรมันและชาวต่างชาติที่นี่ ที่เต็มใจช่วยเหลือเวลาที่เราเดือดร้อนและยังคอยให้กำลังใจกันและกันเสมอในวันที่เราเหนื่อยหรือท้อ เพื่อนกลุ่มนี้สามารถทำให้แก้วหัวเราะได้ในเวลาที่รู้สึกแย่ แล้วก็ยังมีพี่ๆ สนร. เยอรมนี ที่ใจดี คอยให้คำปรึกษาและชี้แนะแนวทางการใช้ชีวิต รวมถึงให้กำลังใจกันทุกครั้งที่เจอด้วย แก้วก็อยากจะขอใช้พื้นที่ตรงนี้ เพื่อขอบคุณทุกๆ คนมากๆ ด้วยค่ะ ส่วนปัญหาที่เข้ามา ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องการใช้ชีวิต เรื่องงานต่างๆ ความจริงเราก็สามารถรับมือกับมันได้ พยายามมองโลกในแง่ดี ชีวิตมันก็ไม่มีสูตรสำเร็จเหมือนที่คนโบราณกล่าวไว้จริงๆนะคะ เราอาจปรับเปลี่ยนสูตรได้ตามความเหมาะสม แล้วแต่โอกาส แล้วแต่สถานที่ แล้วแต่บุคคล หรือแล้วแต่ช่วงเวลา หวังว่าใครที่อ่านเรื่องราวนี้คงจะพอมีกำลังใจหรือว่าสนุกกับสิ่งที่แก้วเขียนบ้าง ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังศึกษาอยู่ที่นี่นะคะ แล้วก็สำหรับทุกคนที่อยากมาเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี แก้วสามารถบอกได้เลยค่ะว่า การใช้ชีวิตที่นี่จะเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าอย่างแน่นอนค่ะ