สนร. เยอรมนี ขอแสดงความยินดีกับ นทร. ก.พ – นายวิชญ์พาส พิมพ์อักษร ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท

สนร. เยอรมนี ขอแสดงความยินดีกับ นทร. ก.พ – นายวิชญ์พาส พิมพ์อักษร ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ในโอกาสนี้ สนร. เยอรมนี ขออวยพรให้ นายวิชญ์พาส พิมพ์อักษร ได้ใช้ความรู้และประสบการณ์ที่ได้ศึกษาในประเทศเยอรมนีนำไปพัฒนาประเทศไทยต่อไป สุดท้ายนี้ นายวิชญ์พาส ฯ ได้ฝากบทความบอกเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตนักศึกษาในเยอรมนีมาเล่าสู่กันฟัง

ประมาณสี่ปีที่แล้ว ผมทำงานในองค์กรที่มั่นคงแห่งหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีความสุข และมีโอกาสเติบโตสูง ในเวลาเดียวกัน ผมเรียนปริญญาโทหลักสูตรภาษาอังกฤษจนเกือบจะสำเร็จการศึกษา แต่แล้ววันหนึ่ง ผมก็ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ คือทิ้งทุกอย่างที่กล่าวมาและไปศึกษาระดับปริญญาโทอีกครั้ง ณ ประเทศเยอรมนีด้วยทุนรัฐบาล หรือใช้ชีวิตตามเดิม และคิดเสียว่าทุนรัฐบาลนี้เป็นเพียงความภาคภูมิใจหนึ่งที่ผ่านเข้ามา ตอนนั้นทุกอย่างในชีวิตของผมดูผิดที่ผิดเวลาไปเสียหมด แต่ผมก็ตัดสินใจรับทุนด้วยความเชื่อที่ว่า ชีวิตของเราเหมือนภาพต่อจุด เราอาจยังมองไม่ออกว่ามันเป็นรูปอะไร แต่สุดท้ายแล้ว จุดเหล่านั้นจะประกอบเป็นรูปที่สวยงาม ผมลาออกจากงาน แต่ยังคงรักษาสถานภาพนักศึกษาปริญญาโทที่ประเทศไทยไว้ และใช้เวลาที่มีอยู่จำกัดเตรียมความพร้อมด้านภาษาให้มากที่สุด ผมได้รับทั้งคำแนะนำ กำลังใจ และคำเตือนจากผู้คนมากมาย

ผมเริ่มเรียนภาษาเยอรมัน ณ สถาบันเกอเธ่ เมือง Göttingen ในคอร์สระดับกลาง ซึ่งในเวลานั้น ผมมองว่าทุกอย่างดำเนินไปไม่ได้เร็วอย่างที่หวังไว้ กระนั้นผมก็ตั้งใจที่จะพัฒนาตนเองทุกเดือน นอกจากการเรียนภาษาเยอรมันแล้ว ผมยังมีโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมเยอรมันควบคู่ไปกับวัฒนธรรมนานาชาติจากเพื่อน ๆ ในสถาบัน รวมทั้งได้พัฒนาตนเองทางร่างกายและทักษะการใช้ชีวิต ได้ร่วมกิจกรรมกับพี่น้องนักศึกษา ได้รู้จักสมาคมนักเรียนไทยในเยอรมนีฯ (ส.น.ท.ย.) และได้ปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งอุปนายกสมาคม ชีวิตที่สนุกสนานและโลดโผนระหว่างการเรียนภาษาเป็นเหมือนความฝัน จนผมเกือบลืมไปว่า มันเป็นการเตรียมความพร้อมไปสู่ภารกิจหลักที่ผมมาทำที่ประเทศเยอรมนี ผมเร่งเรียนภาษาให้ถึงหลักสูตรสูงสุดที่สถาบันเปิดสอน ทั้งที่ความรู้ยังไม่ถึงขั้น แล้วจึงเดินทางไปเรียนภาษาต่อที่เมือง Bonn

ในระยะเวลาที่ผมศึกษาในประเทศเยอรมนี ผมใช้ชีวิตในเมือง Bonn ยาวนานที่สุด โดยแบ่งออกเป็น การเรียนภาษาเพื่อเตรียมสอบวัดระดับความรู้ในสถาบัน Goethe และสถาบันเอกชนอื่น และการศึกษาในระดับปริญญาโทที่ Universität Bonn

ผมไม่ได้พัฒนาทักษะทางภาษาที่เมืองนี้เท่าที่ควร เนื่องจากวิธีการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรที่มุ่งเน้นการทบทวนและเตรียมสอบ แต่ไม่ได้เพิ่มพูนหรือแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นอย่างที่ผ่านมา ประกอบกับความกังวลเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ผมได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ (สนร. เยอรมนี) ที่คอยให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด ยังผลให้คลายความกังวลและสามารถสอบผ่านเข้าศึกษาในหลักสูตร „Deutsches Recht (Öffentliches Recht) LL.M.“ ของ Rheinische Friedrich-Wilhelm-Universität Bonn อย่างที่ตั้งใจ ผมเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาปริญญาโทพร้อมกับการปฏิบัติหน้าที่เป็นนายกสมาคมนักเรียนไทยในเยอรมนีฯ (ส.น.ท.ย.) ผมได้ทำอะไรด้วยตนเองมากมาย และผมก็ได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากเพื่อน พี่ น้อง (ลุงป้าน้าอา และคุณยาย) คนไทย รวมทั้งเพื่อน/พี่ชาวเยอรมันอีกหลายคน ความทรงจำที่นี่เป็นความทรงจำที่ดี กิจกรรมที่ผมชอบที่สุดคือการเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ ไม่ว่าจะในงานวิชาการระดับทวีป หรือในวงสนทนาเล็ก ๆ ความรู้และความคิดเห็นทั้งหลายที่ผมได้รับมาหรือได้รับการจุดประกาย กลายเป็นส่วนประกอบในงานวิทยานิพนธ์และงานเขียนอื่น ๆ ที่ผมภูมิใจ และหวังว่าวันหนึ่งจะสามารถนำความรู้ที่ได้มาช่วยพัฒนาประเทศต่อไป

ตลอดระยะเวลาการศึกษา ผมหาโอกาสเดินทางเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์อยู่เสมอ ในแง่หนึ่งก็เหมือนการเดินทางอ้อมที่ทำให้ผมไม่สามารถทุ่มเทให้กับการเรียนและการเขียนวิทยานิพนธ์ได้อย่างเต็มที่ (เช่นเดียวกับการทำกิจกรรม) แต่หากมองจากอีกมุมหนึ่ง การเดินทางอ้อมกลับช่วยให้ผมได้สัมผัสประสบการณ์ต่าง ๆ และได้มองสภาพแวดล้อมของตนเองในมุมที่กว้างขึ้น เช่นเดียวกับพี่น้องนักศึกษาอีกหลายคน ที่คงได้เห็นความเจริญของประเทศเยอรมนีและประเทศอื่น ๆ ซึ่งเป็นความเจริญที่เราไม่รู้ว่าอีกกี่ปีประเทศไทยจึงจะมี แต่ถ้าทุกคนมองสิ่งที่ตนกำลังศึกษาอยู่ให้ดี เราจะเห็นความสำคัญในงานของเรา แล้วจะพบว่าตำแหน่งหน้าที่หรือระดับเงินเดือนไม่ใช่คำตอบหลักที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราดีขึ้น แต่เป็นความรู้ ความเข้าใจ และความชำนาญที่เรามี ตลอดจนความพร้อมที่จะแบ่งปันของเรา ที่จะสร้างสรรค์ประเทศไทยให้น่าอยู่ขึ้นครับ