ขอแสดงความยินดีกับนางสาวพรศรี เจริญพานิช นทร. พสวท. ที่จบการศึกษาระดับ ป. เอก

pornsri_on the cart

สนร. เยอรมนี ขอแสดงความยินดีกับนางสาวพรศรี เจริญพานิช นทร. พสวท. ที่จบการศึกษาระดับ ป. เอก ในสาขาชีววิทยา ณ Philipps-Universität Marburg ในโอกาสนี้ สนร. เยอรมนี หวังว่านางสาวพรศรีจะนำความรู้ ความสามารถที่ได้ล่ำเรียนจากประเทศเยอรมนีกลับไปใช้เพื่อพัฒนาประเทศไทยต่อไป

ในโอกาสนี้ นางสาวพรศรี ได้แบ่งปันประสบการณ์ให้นักเรียนท่านๆอื่นๆ ซึ่งเป็นบทความที่มีชื่อว่า เรียนอย่างไรให้สำเร็จ

ผ่านไป 3 วันแล้ว หลังจากการสอบปกป้องวิทยานิพนธ์ แต่อุ๋มก็ยังถามตัวเองอยู่ว่า นี่เราจบปริญญาเอกแล้วจริงหรือ อีกไม่กี่วันเราจะได้กลับเมืองไทยอย่างถาวร ไม่ต้องกลับมาต่อสู้กับการเรียนมาราธอนที่นี่อีกแล้ว ไปเริ่มต้นชีวิตการทำงานอย่างแท้จริง พอนึกย้อนกลับไป เวลา 10 ปี ในประเทศเยอรมันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม้จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย แต่ก็มีความทรงจำดีๆมากมายเช่นกัน หากจะถามว่าอุ๋มได้อะไรจากการเรียนที่นี่ ก็ขอแบ่งคำตอบเป็น 2 ส่วน คือ ด้านวิชาการ และด้านชีวิตส่วนตัว

ในด้านวิชาการนั้น นอกจากเราจะต้องมีพื้นฐานทางภาษาที่ดีแล้ว ยังต้องทำความเข้าใจกับวิธีการเรียนของเยอรมันด้วย ระบบการเรียนการสอนที่นี่แตกต่างจากที่เมืองไทยโดยสิ้นเชิง ที่เมืองไทยอาจารย์จะรวบรวมความรู้ทั้งหมด จับใจความสำคัญของเนื้อหา เรียบเรียงให้เข้าใจง่าย แล้วจึงนำมาสอนนักเรียน เปรียบเสมือนแม่ที่ไม่เพียงแต่จะคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีมาปรุงอาหารให้กับลูก แต่แถมยังป้อนให้ด้วย ส่วนที่เยอรมันไม่มีใคร “ป้อน” ความรู้ให้เรา นักเรียนเยอรมันต้องพึ่งพาตนเองอย่างมาก การเรียนในห้องเรียนนั้นอาจารย์จะเพียงแค่บอกขอบข่ายของสิ่งที่เราต้องรู้อย่างกว้างๆ และชี้ให้เห็นถึงจุดสำคัญ ส่วนในรายละเอียด นักเรียนต้องค้นคว้าด้วยตนเอง ต้องรู้จักที่จะหาอาหารด้วยตนเอง ไม่ใช่รอแต่คนอื่นมาป้อนให้ สิ่งสำคัญที่อุ๋มได้จากการเรียนที่นี่จึงไม่ใช่แค่ “องก์ความรู้” หากแต่เป็น “การค้นคว้าหาความรู้” และสิ่งไหนที่เราไม่รู้ ค้นหาเองไม่เจอ ก็ต้องรู้จักถาม คนไทยบางทีมีค่านิยมผิดๆ คิดว่าคนที่ถามคือคนโง่ ฟังคำอธิบายแล้วไม่เข้าใจ เราจึงมักไม่กล้าถาม แต่ฝรั่งเขาว่าคนที่รู้จักตั้งคำถาม คือคนฉลาด เพราะฟังแล้วคิดตาม บางทีคิดต่อยอดออกไปก็มี ดังนั้น อย่าอายที่จะถาม

ในด้านชีวิตส่วนตัว แน่นอนว่าต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม จะปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับความเป็นอยู่ที่เยอรมันได้ ภาษาอังกฤษนั้นเพียงพอสำหรับการเรียนและการดำเนินชีวิตขั้นพื้นฐาน แต่ถ้าเราพูดภาษาเยอรมันได้ด้วย เราจะไม่รู้สึกแปลกแยก และได้รับการยอมรับจากคนเยอรมันอย่างเต็มใจมากขึ้น คนเยอรมันส่วนใหญ่ไม่เข้าหาคนอื่นก่อน แต่ไม่ได้แล้งน้ำใจ นั่นหมายความว่าหากเราต้องการความช่วยเหลือ เราต้องร้องขอ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าอาย หากเราได้พยายามด้วยตนเองอย่างเต็มที่แล้ว เขาก็พร้อมที่จะช่วยในสิ่งที่เกินความสามารถของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราแสดงน้ำใจกับเขาก่อน นอกจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว เพื่อนร่วมงานที่ดีมีอิทธิพลอย่างมากต่อความสำเร็จ และเพื่อนร่วมงานที่ดีก็สามารถเป็นเพื่อนที่ดีในชีวิตส่วนตัวได้เช่นกัน พยายามเกาะกลุ่มเข้าไว้ ชีวิตจะง่ายขึ้นมาก อีกอย่างคือ ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้เป็น ยิ่งระบบการเรียนปริญญาเอก ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง วางแผนการทำงานเอง วันไหนไม่เข้าออฟฟิศก็ไม่มีใครว่า แต่เมื่อถือเวลาต้องมีผลงานมาแสดงกับอาจารย์ เที่ยวสนุกเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆได้ แต่ต้องไม่ลืมหน้าที่ว่าเรามาทำอะไรที่นี่ ถือคติ play hard – work harder

โดยสรุป จะเรียนให้สำเร็จได้นั้น เราต้องรู้จักปรับตัวเข้ากับระบบการเรียนและการใช้ชีวิตที่นี่ ช่วงแรกๆอาจจะยาก ต้องใช้ความพยายามและความอดทนสูง อาจมีบางช่วงที่ดูเหมือนปัญหาต่างๆจะถาโถมเข้ามาพร้อมๆกัน แต่ให้ค่อยๆแก้ไขไปทีละอย่าง และอย่าลืมว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก ถ้าปัญหาไหนแก้เองไม่ได้ ก็หาคนช่วย อย่าถอดใจ เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง ปัญหามีไว้แก้ ถ้าเราไม่ยอมแพ้และสู้ต่อไป ความสำเร็จย่อมมาถึงไม่ช้าก็เร็วค่ะ