สนร. เยอรมนี ร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในโอกาสเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีอย่างเป็นทางการ

          ในโอกาสที่ พณฯ ท่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางมาเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 27 – 29 พฤศจิกายน 2561 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในการนี้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (สนร. เยอรมนี) ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ดังนี้

         วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ในช่วงเช้า สนร. เยอรมนี นำโดย นางนิสรา อุปถัมภ์ประชา อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) พร้อมนายอดิศักดิ์ อุปถัมภ์ประชา คู่สมรสได้เข้าร่วมต้อนรับท่านนายกฯและคณะ ณ โรงแรมฮิลตัน กรุงเบอร์ลินพร้อมกับนายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน และข้าราชการทีมประเทศไทย

         ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน อทศ. นิสราฯ ได้ติดตามคณะของรองศาสตราจารย์นราพร จันทร์โอชา ภริยาท่านนายกฯ ไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนประถมศึกษา BIP (Bildung und innovative Pädagogik) ในเบอร์ลิน ซึ่งโรงเรียนนี้มีวิสัยทัศน์ว่าเรียนอย่างมีความสุข เด็กทุกคนมีพรสวรรค์” การเรียนการสอนจึงเน้นศักยภาพการเรียนรู้ เน้นความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมความสามารถเฉพาะตนของเด็ก เน้นการเรียนแบบแก้ปัญหา เพื่อส่งเสริมให้ตรงตามพรสรรค์ ลักษณะนิสัย ความเฉียวฉลาดที่มีในตัวเด็กผ่านรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย โดยเรียนเป็นกลุ่มขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังเน้นการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม โดยโรงเรียนมีแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ใช้สำหรับศึกษาและผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงเรียน เน้นแนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อม ว่าเราสามารถทำสิ่งใดบ้างเพื่อสิ่งแวดล้อม และสอนให้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบเน้นสุขภาพอนามัยเป็นหลัก จนโรงเรียนได้รับการยกย่องให้เป็นโรงเรียนตัวอย่าง “บ้านนักวิจัยน้อย” อีกด้วย

         ต่อมาในช่วงเย็น อทศ. นิสราฯ พร้อมคู่สมรส และทีมเจ้าหน้าที่ สนร. เยอรมนี ได้เข้าร่วมงาน “นายกรัฐมนตรีพบปะชุมชนไทยในเยอรมัน” ในช่วงเวลาของการพบปะชุมชนไทย ท่านนายกฯ ได้กล่าวถึงเยอรมนีว่า เป็นประเทศที่มีความสำคัญกับประเทศไทยประเทศหนึ่ง มีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนานกว่า 150 ปี การเยือนเยอรมนีในครั้งนี้จึงเป็นการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนที่ยั่งยืนผ่านความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศตามนโยบายประเทศไทย 4.0  เนื่องจากเยอรมนีเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรม 4.0 มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของ SMEs และ Startup  และยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนชาวเยอรมันอีกด้วย นอกจากนี้ รัฐบาลได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายบริหารประเทศที่ผ่านมาเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยไปข้างหน้า ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยน้อมนำปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการพัฒนาประเทศ มีความมุ่งมั่นจะเดินหน้าต่อในเรื่องระบบขนส่งทางราง จะมีการต่อยอดอุตสาหกรรมทางราง เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งทางรถไฟ ทางถนน ทางอากาศ และทางเรือ ได้ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้นโยบายการปฏิรูปด้านอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพของเยอรมนี โดยเฉพาะนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 โดยสนใจที่จะส่งเสริมความร่วมมือตามกรอบทวิภาคีและพหุภาคีทางด้านการศึกษากับเยอรมนี เพื่อเตรียมความพร้อมของทรัพยากรบุคคลให้สามารถรองรับกับการพัฒนาอุตสาหกรรมได้ เพื่อยกระดับแรงงานไทยให้เป็นแรงงานที่มีฝีมือ เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะเป็นประโยชน์กับประเทศในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

         วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 อทศ. นิสราฯ ได้ติดตามคณะของรองศาสตราจารย์นราพร จันทร์โอชา ภริยาท่านนายกฯ ไปศึกษาดูงานโรงเรียนศูนย์ฝึกอบรมหลักสูตรอาชีวศึกษาระดับสูง TIEM (Oberstufenzentrum TIEM) ซึ่งอักษรย่อ TIEM ย่อมาจาก T = Technische ด้านวิชาการ I = Informatik/Industrie ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ/อุตสาหกรรม E = Energie/Elektrotechnik ด้านพลังงาน/ไฟฟ้า M = Manangment  ด้านการบริหารจัดการ โดยโรงเรียนได้รับรางวัลให้เป็นโรงเรียนตัวอย่างด้าน Climate Change Mitigation ใน ปี พศ. 2559 โดยทางโรงเรียนได้กำหนดให้เป็นโครงการต่อเนื่องหลายปีเพื่อร่วมรักษ์สภาพอากาศ มีการจัดให้มีฐานการเรียนรู้ด้านพลังงาน นอกจากนี้ในปีเดียวกันยังได้รับรางวัลให้เป็นโรงเรียนดีเด่นด้านการเรียนการสอนที่เน้นกลุ่มวิชา MINT อีกด้วย (Mathematik – คณิตศาสตร์ Informatik – เทคโนโลยีสารสนเทศ Naturwissenschaft – วิทยาศาสตร์ Technik – เทคโนโลยี) โรงเรียนมีระบบการเรียนการสอนที่เรียกว่า ทวิภาคี (Dual System) คือเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย มีเงินเลี้ยงชีพระหว่างเรียน เริ่มจากสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แล้วไปสมัครกับสถานประกอบการ ทำสัญญาจ้างการทำงานในฐานะนักเรียนฝึกงาน แล้วจึงนำสัญญาจ้างมาสมัครเรียนกับโรงเรียนอาชีวศึกษา เพื่อผลิตช่างฝีมือเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยตรง และผลิตแรงงานฝีมือให้ต่อยอดเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาด้วย

         ต่อมาในช่วงค่ำของวันเดียวกัน อทศ. นิสราฯ พร้อมคู่สมรส และข้าราชการทีมประเทศไทย รวมกันส่งท่านนายกฯ และคณะ เดินทางกลับประเทศไทย ณ โรงแรมฮิลตัน กรุงเบอร์ลิน