สนร. เยอรมนี ขอแสดงความยินดีกับนายพันธวิชญ์ สิริเขมาภรณ์ นทร. โอดอส รุ่นที่ 3.1 ที่สำเร็จในการศึกษาในระดับปริญญาตรี

สวัสดีเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ นักเรียนทุนทุกคนครับ ผมเริ่มเขียนบทความนี้ หลังจากที่กลับมาถึงประเทศไทยสักระยะหนึ่ง มีโอกาสมองเห็นอะไร หลาย ๆ อย่างได้ชัดเจนขึ้น จึงขอใช้โอกาสนี้แบ่งปันความคิดเห็นและประสบการณ์ของผม ที่คาดว่าจะมีประโยชน์กับทุก ๆ คนนะครับ

ข้อแรก การรู้ภาษาเยอรมันไม่ใช่ข้อได้เปรียบในการหางานทำหรือติดต่องานกับบริษัทเยอรมันอีกต่อไป ภาษาที่เป็นเครื่องมือสื่อสารที่สากลที่สุดในโลก คือภาษาอังกฤษ ซึ่งคนเยอรมันเองก็เริ่มที่จะยอมรับในเรื่องนี้กันแล้ว จะเห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่งของรัฐบาลในเยอรมนี ได้เปิดหลักสูตรปริญญาตรีเป็นภาษาอังกฤษและไม่ต้องเสียค่าเทอม และจากประสบกาณ์ส่วนตัวแล้ว ผมเองก็ยังไม่เคยพบเจอคนเยอรมันในระดับ executive level หรือคนรุ่นใหม่ที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ เพราะฉะนั้นผมอยากบอกกับทุก ๆ คนว่าควรให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษให้มากที่สุด ส่วนภาษาเยอรมันควรให้ความสำคัญในระดับที่สามารถติดต่อสื่อสารได้ก็เพียงพอ

ข้อสอง ใบปริญญาเป็นเพียงแค่ใบเบิกทางไปสัมภาษณ์งานเท่านั้น ในยุคปัจจุบันองค์ความรู้ที่เราเรียนนั้นพร้อมที่
ตกรุ่นได้ตลอดเวลา สิ่งที่ควรจะได้จากการเรียนคือวิธีการหาความรู้ด้วยตนเอง จากที่พบเจอมากับตัวเอง ในด้านวิชาการ โดยเฉลี่ยคนไทยจะทำได้ดีกว่าคนเยอรมัน แต่สิ่งที่เราแพ้ก็คือวิธีการหาองค์ความรู้ รวมไปถึงการต่อยอดและประยุกต์ใช้องค์ความรู้อีกด้วย

ข้อสาม เมื่อภาษาเยอรมันไม่ได้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการมาเรียนที่นี่ แล้วอะไรคือสิ่งสำคัญ? ผมมองว่าจุดประสงค์ที่รัฐบาลส่ง นทร. มาประเทศเยอรมนี ก็เพื่อให้เข้าใจ mindset และวิธีการทำงานของคนที่นี่ เยอรมนีเป็นประเทศที่มี ประสิทธิภาพในการทำงานเป็นอับดับต้น ๆ ของโลก ไม่ใช่เพราะมีคนฉลาดเยอะกว่าประเทศอื่น แต่เป็นเพราะมีระบบที่ถูกวางมาอย่างดี สิ่งที่เราควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ คือปรัชญาการบริหารคนในแบบเยอรมัน ซึ่งอาจจะไม่ได้ สมบูรณ์แบบ แต่ก็สามารถนำไปใช้พัฒนาประเทศได้ครับ

ข้อสี่ ผมอยากฝากความเห็นถึงน้อง ๆ พี่ ๆ ที่เพิ่งมาเยอรมนีและกำลังเรียนภาษาหรือเตรียมมหาวิทยาลัยอยู่ โดยส่วนตัวแล้ว เห็นว่าการแยกตัวเองออกไปเพื่อเรียนฝึกภาษานั้น เป็นแค่กลยุทธ์ที่ใช้ได้ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ถ้ามองไปในระยะยาวแล้ว การสร้างเครือข่ายกับคนไทยจะให้ผลตอบแทนที่ดีมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มที่จะต้องกลับไปปฎิบัติงานที่เมืองไทย

ข้อห้า ฝากถึงเพื่อน ๆ น้อง ๆ โอดอสทุกคนว่า ขอให้เชื่อมั่นในตนเอง เพราะคนเราทุกคนมีโอกาสหรือศักยภาพในการพัฒนาด้วยกันทั้งสิ้น และความรู้ก็เป็นสิ่งที่ตามทันกันหมด ขอเพียงแค่มีกำลังใจที่มั่นคง มีทัศนคติที่ดี และมีความมานะพยายาม ความสำเร็จก็อยู่เพียงแค่เอื้อม จากประสบการณ์ของผมที่ได้พบเจอกลุ่มบุคคลที่ประสบความสำเร็จ
ทั้งในด้านการเรียนหรือการงาน ทุกคนล้วนพูดเป็นสียงเดียวกันว่า “พรสวรรค์มีค่าน้อยกว่าพรแสวง” การก้าวขึ้นไปเป็นเปอร์เซ็นไทล์ที่ 99.99 นั้นต้องการแค่ความตั้งใจและการฝึกฝน เพราะฉะนั้นผมขอให้ทุกคนมีทัศนคติที่ดี แล้วเพื่อน ๆ น้อง ๆ ก็จะสามารถไปถึงจุดหมายแน่นอนครับ

ข้อหก ฝากถึง นทร. ที่จะต้องกลับไปใช้ทุนรับราชการว่า เชื่อว่าทุกคนอยากให้ประเทศพัฒนา แต่เราคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ตั้งแต่วันแรกของการทำงาน จึงต้องอดทนทั้งกับระบบและผู้บังคับบัญชา เพื่อที่จะก้าวไปให้ถึงยอด ซึ่งเป็นจุดที่มีอำนาจมากพอจะเปลี่ยนระบบได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดของ 20 ปีแรกในการทำงาน คือการรักษาอุดมการณ์ ซึ่งถ้าใครทำได้ก็จะถือว่าเป็นการใช้ทุนคืนที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดครับ

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณ สนร.เยอรมนี อทศ. นิสรา อทศ. ชินพันธ์ และพี่ๆ สนร. ทุกท่าน พี่รัตน พี่วุฒิ พี่ภัทร และพี่เชียร์ ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลาที่ผมศึกษาอยู่ที่ประเทศเยอรมนีครับ