การประชุมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “Me and My [Mind] Education มาเรียนตั้งไกล เรื่องหัวใจใครจะดูแล” ระหว่างวันที่ 1 – 2 มิ.ย. 62 ณ โรงแรม Generator Berlin Mitte กรุงเบอร์ลิน

สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (สนร. เยอรมนี) ได้เห็นถึงความสำคัญในการดูแลจิตใจของนักเรียนทุนรัฐบาล (นทร.) เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในต่างแดนได้อย่างมีความสุขในระหว่างการศึกษา ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ นทร. ได้เข้าใจจิตใจของตนเองมากขึ้น และสามารถดูแลจิตใจของตนเองได้อย่างเหมาะสม พร้อมที่จะเผชิญปัญหาและสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคให้ผ่านพ้นไปได้ ซึ่งจะส่งผลให้มีพลังที่จะมุมานะทำการศึกษาให้สำเร็จได้ตามเป้าหมาย ในการประชุม นทร. สนร. เยอรมนี ได้จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับการตระหนักรู้ในตนเอง (Self-Awareness) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาบุคคล จัดให้มีแบบฝึกหัดทางจิตวิทยา การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยารายบุคคล โดยมีทีมวิทยากรประกอบด้วย แพทย์หญิงกฤตชญา ฤทธิ์ฤาชัย (หมอจีน) อาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์และสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ นายแพทย์กันต์ธีร์ อนันตพงศ์ (หมอกั๊ก) และนายแพทย์วรุตม์ อุ่นจิตสกุล (หมอเต้) อาจารย์ภาควิชาจิตแพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กิจกรรมนี้มี นทร. เข้าร่วมการประชุม จำนวน 21 คน

โดยภาคเช้าของวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2562 นางนิสรา อุปถัมภ์ประชา อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) ได้กล่าวต้อนรับ นทร. และประชุมสอบถามความเป็นอยู่และปัญหาการเรียนของ นทร. และแสดงความดีใจที่ นทร. ให้ความสนใจเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการอันเป็นประโยชน์นี้ ซึ่ง สนร. ได้มุ่งมั่นจัดให้มีขึ้นเพื่อให้ นทร. ได้เรียนรู้ถึงการใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข ลำดับถัดมาได้ให้ทีมวิทยากรดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการต่อไปโดยเริ่มจากกิจกรรมที่ 1 “Icebreaking” มีกิจกรรมย่อยแรกที่ให้ นทร. ได้ Check in ความรู้สึกของตนเอง เนื่องจากก่อนเข้าร่วมกิจกรรม นทร. ได้คุยกับเพื่อนๆ ครอบครัว หรือ อาจมีความกังวลกับสิ่งต่างๆ รอบตัว แต่การ Check in เป็นการเรียกให้ความรู้สึกของ นทร. กลับมาอยู่กับจิตใจของ นทร. เองและตรวจสอบว่า ณ ปัจจุบันตนเองมีความรู้สึกอย่างไร กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่มีจุดประสงค์เพื่อให้ นทร. ตระหนักว่า คนเราจะมีหลายหลายความรู้สึก เช่น ฉันมีความรู้สึกสดชื่น ฉันมีความสุข ฉันมีความรู้สึกกังวล ฉันมีความรู้สึกคึกคัก ฉันมีความรู้สึกเบื่อ และให้เราอยู่กับตนเอง อยู่กับความรู้สึกภายใน และทิ้งสิ่งที่เราคิดว่าเป็นปัญหาต่างๆไว้ภายนอกก่อน ต่อมาในกิจกรรมย่อยที่ 2 ให้ นทร. แนะนำตนเองและพูดถึงความคาดหวังของต่อ Workshop ซึ่งแต่ละคนมีความคาดหวังแตกต่างกันไป เช่น การได้มาพบเพื่อน / การได้เปลี่ยนสถานที่อยู่ พบเจอผู้คนต่างเมือง / การได้มาพบผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา / การได้มารับทราบถึงวิธีการดูแลคนอื่น กรณีที่คนรู้จักต้องการฆ่าตัวตาย/ การได้มารู้จักจิตใจตนเอง /การได้เรียนรู้วิธีดูแลจิตใจของตนเอง วิธีทำให้จิตใจตนเองสะอาด/ การได้เรียนรู้วิธีที่จะจัดการกับความเครียดเมื่อต้องอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน และการได้รับคำแนะนำในการเรียน เป็นต้น

กิจกรรมภาคเช้า ในกิจกรรมที่ 2 “Not a lonely planet” ได้เริ่มจากที่วิทยากรให้ นทร. จับคู่กันเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนปัญหาและเล่าประสบการณ์ของกันและกัน แล้วให้ นทร.หลับตา สำรวจความรู้สึก และหลังจากนั้นให้เขียนบรรยายความรู้สึกของตนเองลงในสมุดบันทึกส่วนตัว ตามหัวข้อต่างๆ ได้แก่ รู้สึกอย่างไรที่ได้เล่าเรื่องราวต่างๆ /ขณะเป็นผู้ฟังรู้สึกอย่างไร/ขณะที่ตนเองเล่าเรื่องและมีผู้อื่นมาฟังเรื่องราวต่างๆ ตนเองรู้สึกอย่างไร ในตอนท้ายกิจกรรม วิทยากรได้สรุปว่าการให้ทดลองทำกิจกรรมนี้จะช่วยทำให้ นทร. ได้ฝึกการรู้จักตนเองมากขึ้น ซึ่งการได้รู้จักตนเองเร็วเท่าไรจะยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น เพราะจะทำให้สามารถตรวจสอบถึงปัญหาต่างๆ ได้ และสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที ดังนั้นการ Check in ตนเองบ่อยๆ เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราทราบถึงปัญหาของตัวเรา ต่อมาวิทยากรได้ให้วิดีทัศน์เรื่อง Inside Out เพื่อให้ นทร. ได้เข้าใจว่าคนเรามีหลากหลายอารมณ์ หลังจากนั้นวิทยากรจึงบรรยายเรื่องอารมณ์ และ Cognitive Behavioral Therapy (CBT) ตามแผนภูมิข้างล่างนี้

จากแผนภูมิสามารถอธิบายถึงความสัมพันธ์ของความคิด อารมณ์ พฤติกรรม และกายภาพ ที่ได้รับผลจากสภาพแวดล้อมและส่งผลต่อบุคคลนั้นๆ ตัวอย่างเช่น นทร. ได้รับคำวิจารณ์ว่างานที่ นทร. ทำการวิจัยยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งนำมาแยกแยะตามตัวแปรความสัมพันธ์ตามแผนภูมิได้ว่า “Cognitive – งานที่ไม่สมบูรณ์ ทำงานไม่ได้ตามที่วางแผนไว้ /Emotion – เศร้า กลัวว่า ไม่มั่นใจว่าจะทำงานวิจัยให้สำเร็จได้ /Physiology – ใจสั่น /Behavior – ละเลย ไม่สนใจ สรุปได้ว่า ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงเหตุการณ์เล็กๆ แต่การใช้ชีวิตของแต่ละคนได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ มามาก ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปเป็นระยะเวลานานจะก่อให้เกิดเป็นรูปแบบ Patterns ที่เก็บสะสมเป็นประสบการณ์เดิมๆ เฉกเช่นรูปแบบ Patterns ของประสบการณ์ที่สร้างความผิดหวัง และทำให้มีความทุกข์”

ในภาคเช้าของวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2562 ได้เริ่มกิจกรรมที่ 3 “Coping together” โดยวิทยากรได้สอบถามสิ่งที่ได้จาก Workshop เมื่อวันเสาร์ ซึ่งนทร. ได้ตอบว่าสิ่งที่ได้จากกิจกรรมที่ผ่านมาคือ การยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้มากขึ้น และมีการรู้จักตนเองมากขึ้น การได้เรียนรู้ว่ามีการสำรวจจิตใจและจำแนกอารมณ์ต่างๆ รวมทั้งวิธีและกระบวนการป้องกันไม่ให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกด้านลบ การได้แลกเปลี่ยนความคิดและได้ทราบว่าปัญหาเดียวกันมีหลายวิธีในการแก้ไข ต่อมาวิทยากรได้นำแผนภูมิ Cognitive Behavior มาแสดงพร้อมให้ นทร. บอกถึงปัญหาและปัญหาเพิ่มเติมจากการอภิปรายกลุ่มเมื่อวันเสาร์ โดยพบว่า นทร. มีปัญหาในด้านต่างๆ ดังนี้

1. ปัญหาด้านอารมณ์ Emotion  ได้แก่ ท้อแท้ /ผลไม่เป็นไปตามที่หวังหลายๆครั้ง /คิดถึงบ้าน

2. ปัญหาเรื่องลักษณะของความเป็นผู้ที่มีความเป็น Perfectionism ได้แก่ ไม่กล้าเริ่มทำเพราะกลัวงานไม่ดี /งานใหญ่เกินกำลัง /ไม่ถึง Deadline ไม่เริ่มทำ”

3. ปัญหาการปรับตัว Adaptation ได้แก่ ระบบการคิดวิเคราะห์และมาตรฐานของเยอรมันและของไทย/ วัฒนธรรมองค์กร /สภาพอากาศ /ภาษา”

4. ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับบุคคลรอบตัว Relationship ได้แก่ เพื่อนร่วมงานไม่มีความรับผิดชอบ การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมงานก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว ความสัมพันธ์กับครอบครัว บุคลิกภาพระหว่าง นทร. กับเพื่อนร่วมงาน ปัญหาระหว่าง นทร. กับที่อาจารย์ปรึกษา”

จากนั้นได้ให้ นทร. เลือกปัญหาต่างๆ มาทำ Workshop โดยให้ นทร. หาวิธีการแก้ปัญหาและทางออกร่วมกัน ซึ่งจากกิจกรรมนี้ นทร. ได้เรียนรู้ว่าแต่ละคนมีวิธีการแก้ปัญหาที่ต่างกัน และในขณะเดียวกันก็สามารถเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างได้ ในช่วงท้ายวิทยากรได้บรรยายเรื่อง Cognitive Error และเทคนิคการแก้ความเครียดหรือความตื่นเต้น สำหรับ Cognitive Error นั้น เกิดขึ้นเมื่อความคิดของเราตีความหมายที่ไม่ได้เป็นความจริงตามสิ่งที่เกิดขึ้น และจะนำไปสู่การก่ออารมณ์ทางด้านลบ เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ Professor ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาขอให้ นทร. ไปแก้งานวิจัย Cognitive Error ของ นทร. คือ นทร. คิดว่า Professor ไม่ชอบตนเอง และ นทร.คิดว่าตนเองไม่เก่ง ส่วนเทคนิคการแก้ความเครียดหรือความตื่นเต้นนั้นแก้ไขได้ด้วยเทคนิคการควบคุมจังหวะการหายใจ โดยหายใจให้ช้าลง เนื่องจากการหายใจช้าลงจะทำให้ระบบการหมุนเวียนในร่างกายช้าลงตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้ร่างกายผ่อนคลายมากขึ้น

ปิดท้ายด้วยการแสดงความคิดเห็นของ นทร. ของแต่ละคนจากกิจกรรม Workshop ซึ่งมีข้อสรุปที่น่าสนใจ ดังนี้

  • การแก้ไข Negative thoughts โดยให้คิดว่าเหตุการณ์อาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด
  • ปัญหาที่ประสบอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิด
  • ปัญหาบางครั้งควรแก้ไขโดยการคิดให้ช้าลงและเป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น
  • การแก้ไขปัญหาโดยการเขียนออกมาเพื่อให้ทราบถึงปัญหาที่ชัดเจน
  • การจำแนกปัญหาและการมีสติเพื่อลดความประมาท
  • การสำรวจจิตใจตนเองให้มากขึ้น
  • การยอมรับความรู้สึกของตนเอง ไม่ควรเดินหนีปัญหา
  • การมองหาวิธีการแก้ปัญหาแบบใหม่ๆ
  • เข้าใจตนเองให้มากขึ้น