สนร. เยอรมนี ขอแสดงความยินดีกับ นายปรีชา เกียรติกิระขจร นทร. พสวท. ที่ได้รับคัดเลือกจาก สวทช. เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมือง Lindau

 

สนร. เยอรมนี ขอแสดงความยินดีกับ นายปรีชา เกียรติกิระขจร นทร. พสวท. ที่ได้รับคัดเลือกจาก สวทช. เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมือง Lindau ปัจจุบัน นายปรีชา ฯ กำลังศึกษาในระดับปริญญาเอก สาขา ฟิสิกส์ ณ Universität Göttingen และได้แบ่งปันประสบการณ์อันมีค่าในครั้งนี้กับเพื่อนๆทุกคนในบทความด้านล่างนี้

 

ตลอดระยะเวลาที่ผู้เขียนได้ศึกษาอยู่ในประเทศเยอรมนี ได้รับทราบข่าวสารเกี่ยวกับการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา (ขอเรียกย่อ ๆ ว่า การประชุมลินเดา) ผ่านจากเพื่อนนักเรียนนทร. ท่านอื่น ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่ต่าง ๆ กันไม่ว่าจะเป็น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะวิทยา หรือ สรีระวิทยา แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่ค่อยจะได้พบนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศเยอรมันได้เป็นตัวแทนในการเข้าร่วมการประชุมลินเดาเลย(อย่างน้อ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผู้เขียนศึกษาอยู่ที่เยอรมัน) จนกระทั่งการประชุมรุ่นแล้วรุ่นเล่าจัดผ่านไป ทำให้ผู้เขียนเกิดความสนใจอยากจะเข้าร่วมการประชุมในฐานะของผู้แทนจากประเทศไทยบ้าง จึงเป็นที่มาในการขอยื่นสมัครเข้าร่วมการประชุมลินเดาในปี พ.ศ.2560 ในครั้งนี้ ก่อนอื่นนั้นผู้เขียนขอเกริ่นแนะนำที่มาที่ไปของการจัดประชุมลินเดาเสียหน่อยว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรและมีความพิเศษแตกต่างจากการประชุมวิชาการทั่วไปอย่างไร ย้อนกลับไปช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ช่วงนั้นวงการวิทยาศาสตร์เยอรมันถูกโดดเดี่ยวจากโลกผู้ชนะสงครามและนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันถูกมองในภาพลบว่าเป็นปิศาจที่นำวิทยาศาสตร์ไปใช้ในทางที่ทำลายมากกว่าการสร้างสรรค์ด้วยเหตุนี้ทำให้ Dr. Franz Karl Hein และ Professor Dr. Gustav Wilhelm Parade ริเริ่มอยากจะหาทางให้วงการวิทยาศาสตร์เยอรมันได้คืนดีกับโลกภายนอก ทั้งสองท่านจึงได้นำแนวคิดการจัดการประชุมเชิงวิชาการขึ้นเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ได้พบปะ สร้างมิตรภาพและความร่วมมือกันในอนาคต แต่เรื่องทุนรอนนั่นสำคัญ ทั้งสองท่านจึงนำเสนอแนวคิดนี้แก่ ท่านเคานท์ Lennart Bernadotte แห่ง Wisborg ผู้มีศักดิ์เป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระราชาธิบดีกุสตาฟที่ 5 แห่งสวีเดน กราบทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตสมเด็จพระราชาธิบดีกุสตาฟ ขอใช้สิทธิ์การจัดประชุมวิชาการในชื่อ The Lindau Nobel Laureate Meetings การประชุมครั้งแรกจัดขึ้นในปี ค.ศ.1951 โดยจะจัดสลับกันระหว่างสาขาฟิสิกส์ เคมี สรีระวิทยา เศรษฐศาสตร์ และ สหวิทยา โดยการประชุมลินเดาที่ผู้เขียนเข้าร่วมนั้นนับเป็นครั้งที่ 67 แล้ว

ความประทับใจในเข้าร่วมการประชุมลินเดาครั้งที่ 67 นี้ นับเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เพราะนอกจากจะได้พบเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในช่วงอายุเดียวกันจากทั่วทุกมุมโลกแล้ว ยังได้พบกับนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลมากถึง 30 ท่าน ตลอดระยะเวลา 7 วันที่เข้าประชุมนั้น ผู้เข้าร่วมทุกท่านจะได้ตารางการประชุมสองชุด ชุดแรกนั้นจะบอกถึงกำหนดการทั่วไป เช่นการเข้าฟังบรรยายจากนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลในช่วงเช้า และในช่วงบ่ายเป็นช่วงถกข้อสงสัยและตอบปัญหา ซึ่งถ้าเราฟังบรรยายในช่วงเช้าแล้วเกิดความประทับใจหรือข้อสงสัยก็สามารถจะเข้าไปคุยกับนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลได้ในช่วงบ่าย ซึ่งผู้เขียนมองว่าน่าจะให้เปลี่ยนชื่อเป็นช่วง Meet and Greet น่าจะเหมาะสมมากกว่าเพราะสัดส่วนคำถามวิชาการนั้นมีน้อยกว่าการพูดคุยเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและไม่พ้นการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล ที่พิเศษที่สุดคือผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับตารางกิจกรรมพิเศษเช่น ร่วมรับประทานอาหารเช้าและอาหารเย็นกับนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล กิจกรรมพิเศษกับผู้สนับสนุนการประชุมซึ่งส่วนนี้ได้ช่วยเปิดโลกทัศน์และทราบถึงงานวิจัยที่กำลังเป็นที่สนใจ รวมถึงการสร้างเครือข่ายกับเพื่อนผู้เข้าร่วมประชุมอีกด้วย ในช่วงเย็นของทุกวันผู้เข้าร่วมประชุมจะรับประทานอาหารร่วมกันพร้อมกับนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลในวันแรก ๆ อาจจะมีอาการเกร็งเล็กน้อย แต่พอล่วงเข้าวันต่อ ๆ ไปก็มีความเป็นกันเองมากขึ้นถึงขั้นกอดคอร้องเพลงกันเลยทีเดียว หลังจากที่ได้รับฟังการบรรยายจากนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลหลายท่านทำให้รู้ถึงประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น บ้างก็ขมขื่นรอคอยจนกระทั่งผลงานเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลโนเบลเป็นเครื่องพิสูจน์ความอด ในที่นี้ผู้เขียนจึงอยากจะขอสรุปเป็นข้อสั้น ๆ ให้ไว้เป็นข้อคิดในการเรียนหรือทำงานจากนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลดังนี้

• การมีที่ปรึกษาที่ดี เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างสรรค์วิทยาศาสตร์ที่เป็นเลิศ (Good Science)
• ในสาขาที่ตนเชี่ยวชาญ ควรมองหาสิ่งแปลกใหม่ เรื่องใหม่ ยังไม่มีใครศึกษามาก่อน และ อย่าลังเลที่จะลอง
• การค้นพบโดยบังเอิญบางครั้งก็เป็นหัวใจในการที่รางวัลโนเบลจะลอยตกลงมาใส่มือ ประหนึ่งว่าถูกรางวัลที่๑ ได้
• พยายามใช้ความรู้เทคโนโลยีทุกอย่างเท่าที่มีและเอื้ออำนวยในการทำงาน บางครั้งอาจจะไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่หรือหวือหวา แต่ขอให้ทำงานได้ก็เพียงพอแล้ว
• การทำงานในวิทยาศาสตร์ควรขับเคลื่อนไปด้วยความกระหาย อยากรู้อยากเห็นกระตือรือร้นอยู่เสมอ และ ต้องทำด้วยความสนุกด้วย
• อย่าสงสัยในความสามารถของตัวเองในการแก้ปัญหาใหม่ ๆ แต่ให้ลงมือทำมันด้วยความตั้งใจ

ในวันสุดท้ายของการประชุมผู้เข้าประชุมต้องเดินทางโดยเรือไปยังเกาะ Minau ซึ่งเป็นเกาะส่วนตัวของท่านเคาน์ Bernadotte ในพิธีปิดนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเข้าร่วมเป็นในพิธีปิด ในโอกาสเดียวกันนี้ทรงร่วมเป็นพยานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)กับ Foundation Lindau Nobel Laureate Meetings เพื่อคัดเลือกและส่งผู้แทนจากประเทศไทยเข้าร่วมในการประชุมลินเดา ในปีต่อ ๆ ไปด้วย

นอกเหนือจากประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมวิชาการและเพื่อนใหม่จากทั่วทุกมุมโลกแล้ว ผู้เขียนยังรู้สึกประทับใจถึงความตั้งใจจริงของผู้จัดงานในการที่จะส่งมอบความปรารถนาให้ใช้วิทยาในเชิงสร้างสรรค์โดยสื่อผ่านเรื่องราว ประสบการณ์ของนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลทุก ๆ ท่าน นับเป็นการประชุมดีมากที่สุดงานนึงที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วม

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเข้าร่วมการประชุมลินเดานี้สามารถสมัครผ่านทางการประชุมโดยตรงหรือสมัครผ่านโครงการการคัดเลือกผู้แทนเข้าร่วมการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา ของสวทช. เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุมนี้ ผู้เขียนต้องขอขอบคุณ โครงการ พสวท. อาจารย์ที่ปรึกษา Dr.Lucas Goehring และโดยเฉพาะท่านอทศ. และเจ้าหน้าที่ทุก ๆ ท่านประจำสำนักงานดูแลนักเรียน ณ กรุงเบอร์ลิน ที่สนับสนุนให้ผู้เขียนอย่างขันแข็งในหลาย ๆ โอกาสด้วยใจเสมอมา สุดท้ายนี่ผู้เขียนขอขอบคุณผู้อ่านทุก ๆ ท่านเช่นกันและหวังว่าบทความนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลและมีความสุขในทุก ๆ วันกับสิ่งที่กระทำลังเรียนรู้อยู่

“Where nature finishes producing its own species, man begins, using natural things, with the help of this nature, and creates an infinite number of species “- Leonardo da Vinci (1490)