สนร. เยอรมนี ขอแสดงความยินดีกับ นายเจนณรงค์ ตั้งตรงไพโรจน์ เนื่องในโอกาสสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก

สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (สนร. เยอรมนี) ขอแสดงความยินดีกับ นายเจนณรงค์ ตั้งตรงไพโรจน์ (นทร. ก.วิทย์) ได้รับทุนให้มาศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ โดยเข้าศึกษาระดับ ป. เอก ณ มหาวิทยาลัยอาเค่น (RWTH Aachen University) โดยมี Dr. Dieter Senk เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา สนร. เยอรมนี ขออวยพรให้นายเจนณรงค์ฯ พบแต่ความสำเร็จและเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานต่อไป พร้อมนี้ นายเจนณรงค์ฯ ได้ฝากข้อความข้อคิดดีๆ บอกเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตและการศึกษาวิจัยในเยอรมนีให้แก่น้องๆ นักเรียนทุน

รุ่นพี่บางคนกล่าวว่า หากคุณอยากเป็นเด็กนักเรียนอาเค่นโดยสมบูรณ์นั้น คุณควรจะวิ่งขึ้นเขาลูกหนึ่งที่ชื่อว่าหลุยซแบร์กซักครั้ง คำกล่าวนั้นแฝงบางสิ่งให้ผมคิดเมื่อครั้งแรกที่ผมเข้ามาเรียนที่อาเค่น ผมเริ่มใช้ชีวิตนักเรียน ป.เอก ที่นี้เมื่อประมาณสี่ปีก่อน ช่วงนั้นผมรู้จักรุ่นพี่และนักเรียนคนไทยเพียงไม่กี่คน มันเป็นช่วงที่ยากลำบากในการเริ่มต้นชีวิตเรียนในบ้านเมืองที่มีระบบซับซ้อนและโดดเดี่ยว มีเพียงบางประโยคที่รุ่นพี่คนหนึ่งทิ้งไว้ให้ผมว่า ชีวิตการเรียน ป.เอก ที่นี้ก็เปรียบได้กับการเดินในอุโมงค์ที่มืดมิดและมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายทาง ทำให้ผมผุดนึกสงสัยว่าเราจะหาทางออกจากอุโมงค์นี้ได้อย่างไรและนานแค่ไหนแล้วจะมีใครสามารถช่วยเราได้บ้าง และหลังจากนั้นชีวิตบนเส้นทาง ป.เอก ของผมจึงค่อยเริ่มต้นขึ้นจริงๆ

ผมออกวิ่งไปบนเส้นทางที่ไม่รู้จักบนความเหงาและเศร้าในสภาพอากาศหน้าหนาวของเยอรมนี ห้องพักที่แคบและทึบที่มีเพียงแค่เตียงเล็กๆ และโต๊ะอ่านหนังสือที่พอได้พักอาศัย และเมื่อมองออกไปเห็นแต่หิมะและต้นไม้ที่ไร้ใบโดยปราศจากผู้คน ทำให้บ่อยครั้งที่จิตตกและหดหู่ใจคิดถึงบ้าน และคิดอยากกลับบ้านทั้งๆ ที่มาได้เพียงไม่ถึงสองเดือน ผมจำคำแนะนำของรุ่นพี่คนหนึ่งได้ดีว่า ถ้าคุณจิตตก อย่าอยู่ในห้องคนเดียวให้รีบเดินออกมาจากห้องและเดินไปที่ไหนก็ได้ ผมจึงมักเดินออกไปข้างนอกทั้งที่สภาพอากาศโหดร้าย แต่มันก็ช่วยได้ดีระดับหนึ่ง เมื่อลมเย็นๆ กระแทกเข้าที่หน้าของเรา ความฟุ้งซ่านทั้งหลายได้ค่อยๆ จางหายไปบ้าง แต่สักพักมันก็จะคืบคลานกลับมา ผมจึงพยายามผ่อนคลายด้วยการดูหนังฟังเพลงที่พอจะหาได้ในขณะที่ไม่สามารถใช้อินเทอร์เนตได้ในช่วงแรก และไม่นานมันก็ได้หมดลงจนผมไม่รู้จะดูหรือฟังอะไรอย่างอื่นอีก มีเพียงไฟล์เสียงธรรมะที่รุ่นพี่คนหนึ่งทิ้งไว้ ผมจึงลองเปิดฟังและนั้นทำให้ผมคลายทุกข์และสร้างพลังใจให้ผมพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ แห่งความสุขในห้องสี่เหลี่ยมห้องเดิม

การเรียนของผมที่นี้ก็เปรียบได้กับการทำงานดีๆ นี้เอง ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ โดยจำเป็นต้องมีงานรับผิดชอบนอกเหนือจากงานวิจัยตัวเอง ซึ่งแล้วแต่โปรเฟสเซอร์จะมอบหมาย และจะมีการประชุมกลุ่มทุกเช้าวันจันทร์เพื่อติดตามงาน นักเรียน ป.เอก ทุกคนจะทำงานประสานกันและรับผิดชอบกันคนละอย่าง ทำให้ผมต้องพยายามเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนต่างชาติโดยเฉพาะเพื่อนชาวเยอรมัน จึงไม่แปลกเลยที่จะเกิดปัญหาด้านวัฒนธรรมที่แตกต่าง หรือที่เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมอย่างกะทันหัน ซึ่งความคิดหรือวัฒนธรรมหลายสิ่งที่แปลกใหม่ที่ผมจำเป็นต้องเรียนรู้ และหลายสิ่งที่ผมต้องปรับเปลี่ยนจากวัฒนธรรมเดิม การตรงต่อเวลาจึงเป็นเรื่องพื้นฐานและไม่ใช่สิ่งแปลกในสังคมนี้ การกล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและมีจุดยืนเป็นสิ่งที่กระทำกันเสมอ ความเท่าเทียมกันของคนในสังคมเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นความนอบน้อมเกินไปแบบไทยๆ จึงไม่อาจเหมาะสม ซึ่งถ้านอบน้อมเกินไปจะทำให้เป็นบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือหรือศรัทธาลดลง สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่กว่าผมจะตระหนักก็ต้องแลกกับความทรงจำที่ไม่ดีหลายต่อหลายครั้ง

ในระหว่างเส้นทางการเรียน การใช้ชีวิตในสังคมเยอรมันเป็นสิ่งจำเป็นมากเหมือนอย่างคนไทยคนอื่นๆ ได้กล่าวไว้ ภาษาเยอรมันจึงมีบทบาทในชีวิตสูงมากจนหลายครั้งทำให้เรารู้สึกอึดอัดและทำอะไรไม่ถูก ซึ่งเหมือนคำกล่าวของรุ่นพี่หลายคนที่ตักเตือนและคอยกระตุ้นเราเสมอเกี่ยวกับเรื่องภาษาว่า ถ้าคุณไม่อาจพอจะสื่อสารภาษาเยอรมันได้ก็ไม่ต่างอะไรกับคนพิการ ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อสี่ปีก่อน ที่พอผมจะทำอะไรทีก็ต้องเสียเวลาติดต่อและวกวนอยู่กับการสื่อสารอยู่เป็นนาน บ้างก็ต้องหาคนเยอรมันที่เจรจาเป็นภาษาอังกฤษได้ บ้างก็รอให้คนอื่นมาช่วย บ้างก็สรุปไม่อยากทำสิ่งนั้นเสียดื้อๆ และเมื่อผมถามเกี่ยวกับเรื่องนี้กับรุ่นพี่และน้องคนอื่นๆ ในภายหลัง ก็ได้ความว่ามันก็ไม่ได้เป็นแค่ผมคนเดียวเหมือนกัน

เมื่อเข้าสู่ปีที่สอง ผมเริ่มปรับตัวได้บ้างกับเพื่อนร่วมงานและสังคม และผมก็มีภาระหน้าที่ที่แน่ชัดและพอจะเริ่มเห็นเค้าลางของงานวิจัยแต่มันก็มาพร้อมกับความกดดันและเริ่มคาดหวังในผลงาน และเริ่มกดดันขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผ่านไปนานขึ้น และผมเริ่มไม่สามารถปรึกษาใครได้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะหัวข้อ ป.เอก ของเพื่อนแต่ละคนแตกต่างและซับซ้อนกันไปคนละแบบ และมันไม่มีรูปแบบหรือตัวอย่างที่พอจะสามารถนำทางได้บ้างเลย ซึ่งมันก็ตอบโจทย์กับการทำวิจัย ป.เอก ที่นี้ ที่ต้องเป็นหัวข้อใหม่และไม่เคยมีใครทำมาก่อนและต้องมีประโยชน์ใช้ได้จริง ซึ่งแม้กระทั้งหัวหน้ากลุ่มหรือโปรเฟสเซอร์ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป และเราจะต้องเป็นผู้ค้นหาวิธีและคำตอบนั้นที่สามารถทำให้ทุกคนยอมรับและเชื่อถือได้ มันจึงเป็นงานที่หนักมากและก็มองไม่เห็นใครที่พอจะช่วยเราได้เลย ตอนนั้นภาพอุโมงค์อันดำมืดก็ได้ปรากฏขึ้นมาในใจผมพร้อมกับระยะเวลาอีกหนึ่งปีทีเหลือของระยะเวลาที่ได้รับทุน

ปีที่สาม ชีวิตผมเริ่มดำเนินอย่างราบเรียบขึ้น ถึงแม้งานจะทวีความรุนแรงขึ้น ผมเริ่มปรับใช้ชีวิตเข้ากับสังคมเยอรมันได้ดีขึ้นพร้อมทั้งภาษาที่สามารถสื่อสารและใช้ดำรงชีวิตอยู่ได้ ความลำบากและเทอะทะในการติดต่อเริ่มคลายลงและสามารถจัดการได้ภายในไม่กี่นาที ซึ่งเทียบกับตอนแรกราวฟ้ากับเหว และทำให้ผมได้เข้าใจว่าถ้าเราสามารถใช้ภาษาเยอรมันได้จะทำให้ชีวิตเราสบายไปสิบเท่า และที่กล่าวนี้ไม่ใช่หมายความว่าผมพูดภาษาเยอรมันได้ดีมาก เพียงแค่ใช้พูดแล้วเขาพอเข้าใจ และทำในสิ่งที่เราต้องการหรืออยากได้ก็เป็นพอ นอกจากนี้ผมยังเริ่มได้รู้จักกลุ่มเพื่อนคนไทยในอาเค่นมากขึ้น และมีกิจกรรมร่วมกันพอได้คลายเหงา มีโอกาสไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทั้งข้างในและรอบประเทศเยอรมัน มันเป็นช่วงชีวิตที่เหมือนการได้พักผ่อนระหว่างการวิ่งอันเหนื่อยล้า และได้พบปะเพื่อนใหม่ระหว่างการเดินทาง และหลังจากนั้นการวิ่งครั้งใหม่ก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมด้วยพลังที่เพิ่มขึ้น หากแต่มีอุปสรรคครั้งสำคัญได้รอคอยไว้และนั่นเกือบทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงไป การทดลองที่ไม่ประสบความสำเร็จติดต่อกันสร้างความถดถอยในจิตใจผมมาก ความคาดหวังในผลการทดลองครั้งต่อไปทำให้เพิ่มความตั้งใจ และนั่นคือความกดดัน จนกระทั่งอุปกรณ์ทดลองที่มีราคาแพงพังซึ่งนั้นเป็นอุปสรรคที่ใหญ่มาก ต้องอาศัยการรอคอยในการซ่อมแซมและหมายถึงผลงานที่จะไม่ได้ตามแผนและต้องล่าช้าไป เมื่อการซ่อมผ่านไปและการทดสอบเริ่มขึ้นต่อไปแต่ก็ยังไม่ประสบผล จนกระทั่งอุปกรณ์ได้พังลงอีกครั้งและนั้นคือการวัดกำลังใจครั้งใหญ่ของผม ทุกสิ่งถาโถมเข้ามาให้ผมหาหนทางเพียงลำพัง และทำให้ผมเริ่มคิดอะไรได้บางอย่าง เมื่อการซ่อมที่ยาวนานจบลงการทดลองก็เริ่มอีกครั้ง และไม่นานเครื่องนั้นก็ได้พังลงอีกซึ่งครั้งนี้ผมมองเป็นเรื่องธรรมดาของโลกภายหลังที่ได้นั่งฟังธรรมะตลอดระยะเวลาที่มีปัญหานั้น และผมจึงเริ่มดำเนินการวิจัยแบบใหม่ในแนวทางของตนเองหลังจากการคิดได้ว่าไม่มีใครสามารถช่วยเราได้นอกจากตัวของเราเอง พร้อมกับดำเนินชีวิตอยู่กับปัจจุบันและระลึกเสมอว่าหากเราทำเหตุให้วันนี้ดี ก็ไม่ต้องกังวลว่าผลวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร  และนั่นทำให้การเดินทางในอุโมงค์อันมืดมิดเริ่มเห็นแสงสว่างอันหริบหรี่แล้ว และเป็นการตอบคำถามที่ค้างคาใจผมมานานในปีแรกลงได้

ในปีสุดท้ายผม งานวิจัยผมคืบหน้าไปได้มากมันเปรียบเสมือนเส้นกราฟที่จากติดลบเป็นเส้นโค้งยาวนานมาได้พุ่งทยานขึ้นด้วยความชันสูงอย่างรวดเร็ว หรือเปรียบได้กับช่วงการวิ่งลงเขาที่ไปได้อย่างรวดเร็วและสบาย และสิ่งนี้ทำให้โปรเฟสเซอร์ประทับใจและช่วยผลักดันอย่างมาก ซึ่งโปรเฟสเซอร์เป็นบุคคลที่สำคัญมากและเปรียบได้กับพ่ออีกคนที่จะคอยโอบอุ้มและช่วยกำหนดชะตาชีวิต ผมสามารถปิดงานวิจัยได้ภายหลังอีกสามเดือนและเริ่มต้นการเขียนเล่มวิทยานิพนธ์ซึ่งมีความละเอียดและต้องการความถูกต้องสูงมากจากโปรเฟสเซอร์และคณะกรรมการ โดยใช้เวลาร่วมหกเดือนกว่า แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการสอบจบในเดือนต่อมา และเมื่อการสอบเสร็จสิ้นลงมันเหมือนทุกอย่างผ่านไปเร็วมาก และผมจะต้องกลับไทยในอีก 20 วันข้างหน้า

ในวันสุดท้ายก่อนที่ผมจะบินกลับไทย ความรู้สึกและทรงจำต่างๆ ได้พรั่งพรูออกมาจนผมนอนไม่หลับ ผมไม่นึกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ และต้องนอนที่นี้เป็นคืนสุดท้าย ความผูกผันกับเพื่อนคนไทยและต่างชาติ และผู้คนที่นี้ ร่วมทั้งสถานที่ทำให้ผมรู้สึกไม่อยากจากไปเลย และเมื่อผมนั่งมองย้อนกลับไปจึงพบว่า ความอดทนและการมีกำลังใจที่เข้มแข็งเท่านั้นที่จะสามารถฟันฝ่าชีวิตการเรียนที่นี้ได้ และพรุ่งนี้ผมจะได้ไปส่งตัวเองกลับบ้านบ้างเสียที หลังจากส่งคนอื่นกลับบ้านมาเยอะแล้ว ผมต้องขอขอบคุณโปรเฟสเซอร์และเพื่อนร่วมงานที่เป็นแรงผลักดัน ขอบคุณกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักงาน ก.พ. สำหรับทุนสนับสนุน ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ นักเรียนไทยในอาเค่น (GATS) สำหรับความผูกพันที่ดี การวิ่งขึ้นเขาหลุยซแบร์กของผมได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และผมหวังว่าการวิ่งบนเขานี้จะยังคงเป็นสิ่งเล่าขานต่อไป

ภาพบนขวา (เรียงจากซ้ายไปขวา): ผม, Prof.  Ulrich Krupp, Prof. Bernhard Peters, Prof. Dieter Senk (อาจารย์ที่ปรึกษา)

ภาพล่างขวา: ผม และ Dr. Alexander Babich (หัวหน้ากลุ่มวิจัย)

 

ภาพกลุ่มร่วมกันกับนักเรียนไทยในอาเค่น (GATS)