สนร. เยอรมนี ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนทุนรัฐบาลทุกคนที่ประสบความสำเร็จในการศึกษา

นทร. ที่เข้าศึกษาในระดับที่สูงขึ้น ประจำภาคการศึกษาฤดูหนาว ปีการศึกษา 2560/61

ระดับปริญญาเอก

  • นายชินวุฒิ นันตะบุตร นทร. ก. วิทย์ ฯ สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท ณ RWTH Aachen สาขา
    วิศวกรรมเครี่องกล  และเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยเดิมและสาขาเดิม
  • น.ส. นฤชา ตนัยอัชฌาวุฒ นทร. ก. วิทย์ ฯ สำเร็จการศึกษาในระดับเตรียมภาษา ณ สถาบันภาษา eduGLOBAL และเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก ณ KIT สาขา Product Engineering

ระดับปริญญาโท

  • น.ส. สุวิชชา กันตีวงศ์ นทร. ก. วิทย์ ฯ สำเร็จการศึกษาในระดับเตรียมภาษา ณ Goethe Institut  Dresden และเข้าศึกษา ในระดับปริญญาโท ณ TU Dresden วิศวกรรมระบบราง
  • น.ส. อภิญชยา สุจินดาพรรณ นทร. ก. วิทย์ ฯ สำเร็จการศึกษาในระดับเตรียมภาษา ณ Goethe Institut  Dresden และเข้าศึกษา ในระดับปริญญาโท ณ TU Dresden วิศวกรรมระบบราง

ระดับปริญญาตรี

  • น.ส. โศรดา ดอกนารี นทร. ก. วิทย์ ฯ สำเร็จการศึกษาในระดับเตรียมมหาวิทยาลัย ณ STK Universität Kassel และเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ณ  KIT สาขาวิศวกรรมเครื่องกล
  • น.ส. ภาวิณี ศิริประพฤทธิ์ นทร. ก.ต. สำเร็จการศึกษาในระดับเตรียมมหาวิทยาลัย ณ STK FU Berlin และเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ณ  Humboldt Universität zu Berlin สาขา เศรษฐศาสตร์
  • น.ส. เนียนรดา เพิ่มสมบัติ นทร. ทุน โอดอส รุ่นที่ 4.3 สำเร็จการศึกษาในระดับเตรียมมหาวิทยาลัย ณ STK Universität Kassel และเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ณ  Hochschule Mannheim สาขา Medizintechnik
  • นายรชต แจ่มเมือง นทร. ทุน โอดอส รุ่นที่ 4.3 สำเร็จการศึกษาในระดับเตรียมมหาวิทยาลัย ณ STK TU Berlin  และเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ณ  TU Berlin สาขาวิศวกรรมเครื่องกล

ระดับเตรียมมหาวิทยาลัย

  • น.ส. วชิรญาณ์ อุดมญาติ นทร. ก. วิทย์ ฯ สำเร็จการศึกษาในระดับเตรียมภาษา ณ Goethe Institut Freiburg และเข้าศึกษา ในระดับเตรียมมหาวิทยาลัย ณ  STK KIT หลักสูตร T
  • น.ส. นภัสสร ขวัญทองเย็น นทร. ก. วิทย์ ฯ สำเร็จการศึกษาในระดับเตรียมภาษา ณ Goethe Institut Freiburg และเข้าศึกษา ในระดับเตรียมมหาวิทยาลัย ณ  STK KIT หลักสูตร T

ท้ายนี้ สนร. เยอรมนี ขอแสดงความยินดีกับ น.ส. กฤตยา ศักดิ์อมรสงวน นทร. ก.พ. สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ณ RWTH Aachen สาขาวิศวกรรมเหมืองแร่ และน.ส. กฤตยา ฯ ได้ฝากบทความบอกเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตนักศึกษาในเยอรมนีมาเล่าสู่กันฟัง

สวัสดีค่ะ พี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ ทุกคน
พี่ชื่อพี่นุกนะคะ (เทียบตามลำดับอายุในหมู่นักเรียนแล้ว คิดว่าคำว่าพี่น่าจะเข้ากับผู้อ่านส่วนใหญ่ที่สุด) มาเรียนที่เยอรมันเมื่อปี 2012 และเพิ่งจะเรียนจบเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทาง สนร. จึงเปิดโอกาสให้มาแบ่งปันประสบการณ์กับชาวนักเรียนทุนค่ะ

ในการเรียนที่ประเทศเยอรมันของพี่ พี่ตั้งเป้าหมายกว้างๆ ไว้ 2 อย่าง คือ เรียนให้จบ และ เรียนรู้โลกกว้าง ในการเรียนให้จบ พี่เองก็เหมือนทุกคน ต้องอาศัยการค้นคว้าและพยายามในหลายๆ เรื่อง พี่พบว่าหลักพุทธศาสนายังใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวนำทางได้เสมอ หลักอิทธิบาทสี่บอกไว้ว่าทางแห่งความสำเร็จประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ฉันทะหรือ “ความอยาก” เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการทำงาน ถ้าเราหาต้นตอของความอยากของเราเจอ เราก็จะมีเป้าหมายและมีไฟ เทียบเป็นภาษาเยอรมันคงเป็น Leidenshaft ถ้าหามันไม่เจอ บางที shaft ก็จะหายไป เหลือทิ้งไว้แต่ Leiden ในการเขียนวิทยานิพนธ์ให้เสร็จ ความอยากของพี่มีที่มาจากหลายแหล่ง แหล่งสำคัญคือความสนใจในหัวข้อที่เลือกศึกษาและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้จากการนำไปใช้ในที่ทำงาน แต่ความอยากนั้นมันก็ขึ้นลงเป็นช่วงๆ ยามที่ขาดจินตนาการ อารมณ์ด้านศิลปิน และพลังงาน มันก็สามารถจะลดลงไปถึงระดับติดลบ สิ่งที่ช่วยให้พี่ยังทำงานต่อไปได้คือวิริยะ วินัย เป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้เราสู้กับความไม่อยาก ขี้เกียจ เบื่อหน่าย ท้อแท้ มุ่งมั่นทำไป มากบ้างน้อยบ้าง เราก็จะเข้าใกล้จุดหมายมากขึ้น มีวินัยแบบไม่ตึงไม่หย่อน คือ รู้จักทำงานและรู้จักพัก ชีวิตจะได้สมดุล สุขภาพกายและจิตดี ทำงานมีประสิทธิภาพ จิตตะก็เป็นส่วนสำคัญ การนึกถึงเป้าหมายและการมีสมาธิในเรื่องที่ทำ ช่วยให้พี่ทำงานได้เร็วและดีขึ้น ในหลายๆ ครั้ง พี่ก็ต้องถอยห่างออกจากครัว ปาร์ตี้ โลกโซเชียล และสื่ออินเตอร์เน็ตต่างๆ เพื่อเพิ่มระดับสมาธิและลดความอยากในเรื่องนอกเหนืองาน หลักสุดท้าย วิมังสา (ความไตร่ตรอง) เป็นส่วนที่สำคัญมากในการเรียนให้จบแบบมีคุณภาพ เราต้องย้อนมองตัวเองอยู่บ่อยๆ ประเมินตัวเองอย่างเป็นกลางว่า สิ่งที่ได้ทำไปนั้น ดีหรือยัง จะทำอย่างไรให้ดีขึ้น เรื่องนี้จำเป็นทั้งในด้านของผลงานและการดำรงตน มันจะช่วยให้เราเรียนรู้ มองรอบด้าน และได้พัฒนาผลงานและตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆทัศนคติในการเรียนรู้เป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญสำหรับการเรียนให้จบและการเรียนรู้โลกกว้าง ตัวพี่เองพยายามมองทุกเรื่องเป็นการเรียนรู้และเปิดกว้าง การเปิดกว้างไม่ใช่การยอมรับหรือเลียนแบบในทุกเรื่อง แต่เป็นการ พยายามเปิดใจมองสิ่งต่างๆ ไม่กลัวที่จะก้าวออกจากความคุ้นเคยหรือ Comfort zone ของตัวเองมาทดลองทำสิ่งใหม่ๆ (เฉพาะเรื่องดีๆ นะคะ) และเลือกรับในเรื่องที่เป็นประโยชน์มาใช้ ของทุกอย่างมีสองด้าน ทั้งดีและไม่ดี เรื่องที่ดีก็เรียนรู้และรับไว้ปฎิบัติ เรื่องไม่ดีก็ให้แง่คิดและเป็นส่วนที่สร้างการเรียนรู้ให้กับเราได้เสมอ การมองเฉพาะด้านดีหรือด้านไม่ดีเพียงอย่างเดียว เป็นการสร้างกำแพงให้ตัวเองและทำให้เราเสียโอกาสในการเรียนรู้ นอกจากจะเปิดใจมองสิ่งต่างๆ รอบตัวแล้ว เราต้องเปิดใจกับตัวเองด้วย ถ้าเราตั้งใจทำอะไรซักอย่างแล้วมันล้มเหลว พี่คิดว่าส่วนสำคัญคือการประเมินว่าทำไมเราถึงล้มเหลวและจะปรับปรุงได้อย่างไร ความเสียใจ ท้อแท้ มีเกิดขึ้นบ้าง มันก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่อย่าไปอยู่กับมันนาน ความกังวลต่างๆ ก็เช่นกัน ถ้าเรากังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราต้องถามตัวเองว่า เราทำอะไรกับมันได้บ้าง ถ้าทำได้ก็ทำ ถ้าทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องปล่อยวาง จะได้ไม่เครียดโดยไม่จำเป็น การฝึกคิด หมั่นตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมและหมั่นมองหาทางเลือกในเรื่องต่างๆ เปรียบเทียบกับเรื่องที่เราพบเห็นหรือทำอยู่ และยอมรับความแตกต่างของบุคคล ความคิด และวัฒนธรรม มันจะช่วยให้เราเปิดกว้างทางความคิดเพิ่มขึ้น พี่คิดว่าพวกเราโชคดีที่มีโอกาสในการมาเรียนต่อที่ต่างประเทศ พี่หวังว่าทุกคนจะได้ใช้โอกาสนี้เรียนรู้ให้เต็มที่ ตัวเองในอนาคตเมื่อมองย้อนกลับมา จะได้ไม่เกิดความรู้สึกเสียดายว่าทำไมตอนนั้นเราไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้

เรื่องสุดท้ายที่พี่อยากจะบอกน้องๆ คือ การใช้สื่อโซเชียลต่างๆ ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง การแสดงความคิดความรู้สึกบางอย่าง (โดยเฉพาะด้านลบ) ถ้าเราเขียนลงไป เราไม่รู้หรอกว่าใครจะมาเห็นบ้าง มันอาจจะทำให้เราสะใจ สบายใจ แต่น้อยครั้งที่มันจะส่งผลดีต่อคนเขียน พี่ก็เลยอยากให้น้องๆ ระวังในเรื่องนี้ด้วยหลักต่างๆ ที่ได้กล่าวมา เป็นหลักที่พี่ “พยายาม” นำมาใช้ แต่ในทางปฎิบัติจริงก็มีเป๋บ้าง มึนงงบ้าง หลงทางไปบ้าง แต่ก็ยังกลับลำมาได้เรื่อยๆ จนเรียนจบ พี่ก็หวังว่าสิ่งที่เขียนมาจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคน สุดท้ายนี้ ขอให้พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนประสบความสำเร็จทางการศึกษาและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในเยอรมนีนะคะ แล้วเจอกันที่เมืองไทยค่ะ

พี่นุก (กฤตยา ศักดิ์อมรสงวน)