สนร. เยอรมนี ตรวจเยี่ยมและติดตามการศึกษานักเรียนทุนรัฐบาลที่ศึกษาในแคว้นบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก (Baden- Württemberg) แคว้นไรน์ลันด์-ฟัลซ์ (Rheinland-Pfalz) และแคว้นซาร์ลันด์ (Saarland)

สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหพันธ์สาธทรณรัฐเยอรมนี (สนร. เยอรมนี) นำโดย นางนิสรา อุปถัมภ์ประชา อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) และเจ้าหน้าที่ สนร. เยอรมนี เดินทางไปตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนรัฐบาล (นทร.) ที่ศึกษาในแคว้นบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก (Baden-Württemberg) แคว้นไรน์ลันด์- ฟัลซ์ (Rheinland-Pfalz) และแคว้นซาร์ลันด์ (Saarland) เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการศึกษา ปัญหาในการศึกษา และปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันของ นทร. ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2563 โดยมี นักเรียนทุนรัฐบาล ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน (โอดอส) และทุนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เข้าร่วมประชุมจำนวนทั้งหมด 20 คน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ในวันที่ 31 มกราคม 2563 สนร. เยอรมนี ได้จัดประชุมตรวจเยี่ยมนักเรียนและติดตามความก้าวหน้าทางการศึกษาที่เมืองไมนซ์ (Mainz) โดยมีนักเรียนทุนรัฐบาลที่กำลังศึกษาในเมืองดังกล่าวร่วมประชุม จำนวน 1 คน

ต่อมาในช่วงเย็นของวันเดียวกัน สนร. เยอรมนี ได้เดินทางไปยังเมืองมานน์ไฮม์ (Mannheim) เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าทางการศึกษา โดยมีนักเรียนทุนรัฐบาลที่กำลังศึกษา ณ เมืองมานน์ไฮม์ และเมืองไฮเดลแบร์ก (Heidelberg) ร่วมประชุม จำนวน 10 คน

ต่อมาในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 สนร. เยอรมนี ได้จัดประชุมตรวจเยี่ยมนักเรียนและติดตามความก้าวหน้าทางการศึกษาที่เมืองคาร์ลสรูเฮ่อ (Karlsruhe) โดยมีนักเรียนทุนรัฐบาลที่กำลังศึกษาในเมืองดังกล่าวร่วมประชุม จำนวน 8 คน

ต่อมาในช่วงเย็นของวันเดียวกัน สนร. เยอรมนี ได้เดินทางไปยังเมืองชตุทท์การ์ท (Stuttgart) เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าทางการศึกษา โดยมีนักเรียนทุนรัฐบาลที่กำลังศึกษาในเมืองดังกล่าวร่วมประชุม จำนวน 1 คน

ในการตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนรัฐบาลในครั้งนี้ นอกจากติดตามความก้าวหน้าทางการศึกษาของนักเรียนทุนรัฐบาลแล้ว สนร. เยอรมนี ได้รับฟังปัญหาต่างๆ ในการศึกษา และปัญหาในการใช้ชีวิต รวมทั้งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของนักเรียนทุนรัฐบาล ในส่วนของค่าเช่าบ้าน เพื่อนำปัญหาและข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนาการดูแลนักเรียนทุนรัฐบาลที่ศึกษาในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีต่อไป