สนร. เยอรมนี ต้อนรับคณะข้าราชการผู้รับทุนโครงการทุนฝึกอบรมสำหรับผู้มีศักยภาพสูง (Talent Network) ประจำปี 2561

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (สนร. เยอรมนี)
นำโดยอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) นางนิสรา อุปถัมภ์ประชา และเจ้าหน้าที่ สนร. เยอรมนี น.ส. มณีรัตน บุญฉิม เดินทางไปร่วมงานเปิดโครงการทุนฝึกอบรมสำหรับผู้มีศักยภาพสูง (Talent Network)         ระหว่างวันที่ 11 – 22 มิถุนายน 2561 ณ มหาวิทยาลัยพอทส์ดัม (University of Potsdam) โดยการฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ก.พ. และศูนย์ฝึกอบรม Potsdam Center for Policy and Management (PCPM) และบริษัท UP Transfer GmbH ที่เป็นหน่วยฝึกอบรมของมหาวิทยาลัยพอทส์ดัม มาเป็นเวลากว่า 12 ปี มีเป้าหมายหลักให้ข้าราชการระดับปฏิบัติการถึงระดับชำนาญการพิเศษ ผู้มีความโดดเด่นในการปฏิบัติงานราชการในแต่ละส่วนภาคราชการของประเทศไทยได้ศึกษาฝึกอบรมเพิ่มเติมในต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้รูปแบบบริหารการจัดการของประเทศเยอรมนีทั้งในระดับรัฐ ระดับแคว้น ระดับท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชนที่มีบทบาทการทำงานใกล้ชิดกับภาครัฐบาล เพื่อจะได้นำไปประยุกต์ใช้ในงานบริหารราชการของไทยต่อไป โดยโครงการนี้มีข้าราชการเข้าร่วม จำนวน 15 คน จากกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ในการนี้ อัครราชทูตที่ปรึกษาฯ ได้ร่วมรับฟังบรรยายในหัวข้อเรื่อง “Introduction to Germany‘ s Politico-Adminstrative System“ บรรยายโดยวิทยาการผู้เชี่ยวชาญ Prof. Dr. Julia Fleischer, University of Potsdam และ Prof. Dr. Thurid Hustedt, Free University of Berlin ได้อธิบายถึงรูปแบบการปกครองที่ยึดหลักการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลส่วนกลาง แคว้น 16 แห่ง และหน่วยราชการระดับท้องถิ่น และกำลังคนที่เป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 ท่านเอกอัครราชทูต นายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร พร้อมด้วยอัครราชทูตที่ปรึกษา น.ส. นางอรพินทร์ ลีลิตธรรม ได้กรุณาเลี้ยงต้อนรับอาหารค่ำคณะผู้เข้าอบรม และ สนร. เยอรมนี นำโดย            อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) นางนิสรา อุปถัมภ์ประชา และเจ้าหน้าที่ ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต โดยท่านเอกอัครราชทูตได้กล่าวต้อนรับคณะ สรุปได้ว่า เป็นโอกาสอันดีที่ข้าราชการรุ่นใหม่ได้มาศึกษาเรียนรู้หลักธรรมาภิบาลของประเทศเยอรมนี ซึ่งมีกลไกในการจัดการการประสานงานของแต่ละแคว้นอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางความท้าทายของสังคมเยอรมนีในปัจจุบันคือ การขับเคลื่อน industry 4.0 ในภาคอุตสาหกรรม ในบริบทสังคมที่มีผู้สูงวัยเป็นประชากรหลักของประเทศ เป็นมุมมองที่ท้าทายและโอกาสที่คณะผู้เข้าอบรมจะได้ศึกษาเรียนรู้ปรับใช้หน้าที่การงานของตนต่อไป ในส่วนด้านการศึกษา ท่านเอกอัครราชทูตได้ชี้ให้เห็นถึงการดูแลและจัดการการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยที่มุ่งให้เฝ้าสังเกตธรรมชาติสิ่งรอบตัว ตัวอย่างเช่น มูลนิธิวิทยาศาสตร์น้อยสนับสนุนโดยกระทรวงศึกษาและการวิจัยของเยอรมนี เป็นต้น มุ่งปูพื้นฐานแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ในวัยเยาว์ที่จะพัฒนาต่อยอดเป็นการศึกษาเชิงวิจัยในระดับอุดมศึกษาต่อไป ซึ่งเป็นจุดเด่นของการศึกษาในเยอรมนี พร้อมนี้คณะผู้เข้าอบรมยังได้แสดงความคิดเห็นและอภิปรายในหัวข้อเรื่องที่ได้อบรมและศึกษาดูงาน อาทิเช่น ความมีจิตสำนึกต่อสังคมของประชาชน การทำงานภาครัฐ E-government ด้านสาธารณสุขในเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งในปัจจุบันเยอรมนีมีความต้องการแรงงานจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก พร้อมให้การสนับสนุนจัดอบรมให้แก่ชาวต่างชาติที่สนใจ  ท่านเอกอัครราชทูตหวังว่าคณะผู้อบรมทุกท่านจะได้นำความรู้ที่ได้รับการอบรมในครั้งนี้ เป็นแรงกระตุ้นก่อให้เกิดแนวคิดที่จะขับเคลื่อนและผลักดันให้ประเทศไทยเข้มแข็งต่อไป