กิจกรรมวันกองทัพไทยและงานประชุมนักเรียนไทย ณ กรุงเบอร์ลิน โครงการความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน สำนักผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารไทยและสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

เมื่อวันศุกร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ นางนิสรา อุปถัมภ์ประชา อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) พร้อมนายอดิศักดิ์ อุปถัมภ์ประชา คู่สมรส เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพไทย ณ โรงแรม Hotel Steglitz International นำโดย น.อ. สฤษฎ์ วุทธีรพล ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศและรักษาราชการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารไทย พ.อ. พฤฒนันท์ หริ่มเจริญ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบกและรักษาราชการรองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารไทย และ น.อ.  เสนอ เงินสลุง (ร.น.) ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือและรักษาราชการรองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารไทย ในการต้อนรับทูตานุทูตฝ่ายทหารจากนานาประเทศ เพื่อเป็นการเผยแพร่เกียรติคุณของกองทัพไทย และในช่วงเย็นของวันเดียวกัน อทศ. นิสราฯ พร้อมคู่มรส ได้เข้าร่วมงานฉลองประดับยศให้แก่นักเรียนทุนทหาร ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต กรุงเบอร์ลิน โดย นายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน กล่าวต้อนรับและเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงรับรอง

ต่อมาในวันเสาร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ สนร. เยอรมนี ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฯ และสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารฝ่ายทหารไทย จัดงานประชุมนักเรียนไทย โดยมีวัตุประสงค์เพื่อให้นักเรียนทุนรัฐบาล นักเรียนทุนทหาร และนักเรียนทุนส่วนตัว ได้พบปะสานสัมพันธ์และได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสร้างเครือข่ายนักเรียนไทยในเยอรมนี โดยมีนักเรียนไทยเข้าร่วมทั้งสิ้น ๕๗ คน แบ่งเป็น นักเรียนทุนรัฐบาล จำนวน ๘ คน นักเรียนทุนทหาร จำนวน ๓๒ คน ข้าราชการลาศึกษา จำนวน ๒ คน และนักเรียนทุนส่วนตัวที่ได้รับการประสานงานโดยความร่วมมือกับสมาคมนักเรียนไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีในพระบรมราชูปถัมภ์ (ส.น.ท.ย.) ที่ศึกษา ณ กรุงเบอร์ลิน และเมืองพอทส์ดัม อีกจำนวน ๑๕ คน

ในลำดับแรก น.อ. สฤษฎ์ฯ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศฯ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดประชุมในครั้งนี้ และได้เรียนเชิญ นายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน เป็นประธานเปิดงานและให้โอวาทแก่นักเรียนไทย มีใจความสรุปได้ว่า มีความยินดีที่เห็นนักเรียนไทยมาประชุมโดยพร้อมเพรียง เพื่อจะได้มีความเป็นกัลยาณมิตรต่อกันในบทบาทต่างๆ ของชีวิต รวมถึงการมีเครือข่ายได้ทำงานร่วมกันในอนาคต ขอให้เก็บรักษาความสัมพันธ์ในวันนี้ไว้ ในระดับประเทศก็เช่นกัน ย่อมต้องการจิตสำนึกความเป็นไทย การพูดคุยตรงไปตรงมา หรือที่เรียกว่า “ถกแถลง” จะช่วยให้ชาติไทยเดินต่อไปได้ ในวันนี้ขอให้ร่วมกันระดมสมอง เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทำงานร่วมกัน เพื่อเป้าหมายข้างหน้า ตามยุทธศาสตร์ชาติ และกล่าวอวยพรขอให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จด้วยดีในการศึกษา

ต่อมา อทศ. นิสราฯ ได้กล่าวแนะนำกิจกรรมในงานประชุมวันนี้ ประกอบด้วย ๑. กิจกรรม“สานสัมพันธ์นักศึกษาไทยในเยอรมนี” ๒. กิจกรรม “เล่าสู่กันฟังจาก(รั้ว)มหาวิทยาลัยเยอรมนี” และ ๓. กิจกรรม “ขับเคลื่อนไทยแลนด์มุ่งสู่ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี” โดยกิจกรรมที่ ๑ และ ๒ มุ่งเน้นให้นักเรียนได้ทำความรู้จักกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากมุมมองต่างสาขาวิชา ต่างเมืองที่เรียน รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ชีวิตในเยอรมนี ซึ่งกันและกัน สำหรับกิจกรรมที่ ๓ ได้จำลองสถานการณ์แบ่งกลุ่มนักเรียนให้ร่วมกันระดมสมองทำงานเชิงบูรณาการ ทั้งความคิด ความรู้ และประสบการณ์อันหลากหลาย โดยให้แต่ละกลุ่มนำเสนอโครงการจากการระดมสมอง ภายใต้แนวคิด “โครงการ ๑๐ ปี เดินหน้าชาติไทย” ในกรอบวิสัยทัศน์ประเทศไทย ๒๕๘๐ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งนักเรียนได้นำเสนอโครงการเพื่อตอบสนองนโยบายด้านการศึกษา ด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม ได้แก่ “โครงการผู้ใหญ่บ้าน ๔.๐” “โครงการพัฒนาคน พัฒนาชาติ” “โครงการภาษีช่วยชาติ” “โครงการโรงเรียนใกล้บ้าน” “โครงการค้นหาความถนัดของเยาวชนไทย” และ “โครงการเกษตรครบวงจร”

   

ในการนี้ ท่านเอกอัครราชทูตฯ ได้รับฟังการนำเสนอโครงการของนักเรียนไทยและให้ข้อคิดและแนวทางการทำงานอย่างมียุทธศาสตร์แก่นักเรียนแต่ละกลุ่มที่นำเสนอ โดยกล่าวแนะนำถึงการนำทฤษฎีการวิเคราะห์สถานการณ์ SWOT Analysis มาปรับใช้ในสถานการณ์ต่างๆ พร้อมยกตัวอย่างการวิเคราะห์จากโครงการที่นักเรียนนำเสนอ สำหรับในด้านการศึกษา อทศ. นิสราฯ ได้กล่าวเสริมถึงนโยบายสนับสนุนการศึกษาด้านอาชีวศึกษาที่ให้ความสำคัญเรื่องการเรียนในสถานศึกษาควบคู่ไปกับการทำงานในสถานประกอบการของภาครัฐ และเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาแบบ Home School ในประเทศไทย ที่ครอบครัวมีสิทธิจัดการศึกษาได้ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ซึ่งสามารถยื่นขออนุญาตจดทะเบียนและจัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาตามภูมิลำเนา

   

นักเรียนมีประเด็นคำถามที่น่าสนใจ เช่น ความเชื่อมโยงของวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ในกรอบของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยนายอดิศักดิ์ อุปถัมภ์ประชา ได้กล่าวเสริมถึงหัวใจของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่าเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยถึงการพัฒนาและบริหารประเทศ ที่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนการใช้วิชาความรู้ ความชำนาญ ความละเอียดรอบคอบ และการต้องมีคุณธรรม ความซื่อสัตย์ที่หลายๆ ประเทศอาจจะไม่ได้เน้นถึงหลักคุณธรรมมาใช้ควบคู่ในการดำเนินโครงการต่างๆ ตามนโยบายทางเศรษฐกิจ ด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยได้พัฒนาคน สังคม และประเทศอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ นางอรพินทร์ ลีลิตธรรม อัครราชทูตที่ปรึกษา และนายธีรภัทร ตรังคธรรมกุล เจ้าหน้าที่การทูต ฝ่ายเศรษฐกิจ ร่วมให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เรื่องการจัดเก็บภาษี ต่อการนำเสนอ “โครงการเก็บภาษีช่วยชาติ” ของนักเรียนอีกด้วย

  

ในลำดับสุดท้าย ท่านเอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวยินดีที่นักเรียนทุกคนได้มาร่วมงาน มีความประทับใจที่นักเรียนทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจ ระดมความคิดถ่ายทอดสะท้อนโครงการดีๆ และฝากให้ทุกคนได้รักษาความเป็นกัลยาณมิตรในวันนี้ เพื่อชีวิตในวันข้างหน้า