สำนึกนักเรียนทุนของแผ่นดิน

สนร. เยอรมนี ขอฝากบทความดี ๆ ถึงนักเรียนทุนรัฐบาลไทยทุกคน

วันนี้ สนร. เยอรมนี ขอฝากบทความชื่อ “สำนึกนักเรียนทุนของแผ่นดิน” ซึ่งเขียนโดยท่านรองเลขาธิการ ก.พ. คนปัจจุบัน และอดีตนักเรียนทุนรัฐบาล นายวิสูตร ประสิทธิ์ศิริวงศ์ เขียนไว้เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอัครราชทูต (ฝ่ายการศึกษา) ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2548

ขอให้นักเรียนทุนรัฐบาลไทยทุกคนได้เปิดใจ แล้วอ่านอย่างมีสติ ลดอคติทั้งหลาย จากนั้นขอให้คิดตามถ้อยคำที่ได้อ่าน ลองคิดทบทวนให้ดีว่าทุกวันนี้เรามาศึกษาเล่าเรียนไกลบ้าน จากครอบครัว จากญาติสนิทมิตรสหายมาขนาดนี้เพราะเหตุใด และก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนได้มีกำลังกาย กำลังใจ มุ่งมั่นฟันฟ่าอุปสรรคในการเรียนและการดำรงชีวิตทุกประการ เพื่อความสำเร็จในอนาคตอันใกล้ เพื่อกลับไปพัฒนาประเทศชาติของเราต่อไป ตามความตั้งใจของพวกเราทุกคนผู้ได้ชื่อว่าเป็น “นักเรียนทุนของแผ่นดิน”

สนร. เยอรมนี หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์และเป็นเครื่องเตือนใจให้กับทั้งนักเรียนทุนรัฐบาลที่กำลังศึกษาหาความรู้อยู่ในเยอรมนี รวมทั้งนักเรียนทุนรัฐบาลในอนาคต ที่กำลังตัดสินใจยื่นใบสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อรับทุนรัฐบาลที่กำลังเปิดรับอยู่จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2557 นี้ ทุกคน

บทความ “สำนึกนักเรียนทุนของแผ่นดิน” โดย วิสูตร ประสิทธิ์ศิริวงศ์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2548

เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมได้รับโทรศัพท์จากนักเรียนทุนรัฐบาลท่านหนึ่ง แจ้งว่า จะแต่งงานกับคนอเมริกัน และจะไม่กลับไปปฏิบัติงานชดใช้ทุน พร้อมขอทราบแนวทางการจ่ายเงินชดใช้ทุนด้วย

ผมตอบอย่างไร ไม่ขอกล่าว ณ ที่นี้ ผมเพียงบอกพวกเราว่า แม้ผมจะเคารพการตัดสินใจเลือกวิถีชีวิตของนักเรียนทุนท่านนี้ และส่วนหนึ่งของความรู้สึกจะชื่นชมที่อุตส่าห์ติดต่อมา เพื่อขอทราบเงื่อนไขการจ่ายเงินชดใช้ทุน ดีกว่าบางท่านซึ่งหนีทุนหายไปโดยไม่บอกกล่าว ปล่อยให้คุณพ่อ คุณแม่ ญาติพี่น้อง ผู้มีพระคุณ เพื่อนฝูง หรือผู้ค้ำประกัน รับผิดชอบผลของการตัดสินใจของตน

แม้จะชื่นชม ผมก็เสียความรู้สึก เสียใจ และเสียดาย ที่ไทยเราต้องเสียดุลคนอีกครั้ง เสียคนซึ่งมากคุณค่า คนซึ่งสยามชาติได้ลงทุนด้วยใจ เวลา และเงินตรา อย่างมหาศาล ขอเรียนว่า ชาติให้ทุนท่านมาเรียน ไม่ได้หวังให้ท่านจ่ายเงินคืน ไม่ได้หวังกำไรจากเงินที่ท่านชดใช้ แต่หวังและมุ่งหวังอย่างยิ่งว่า ท่านจะร่วมใช้พลังใจ พลังสมอง พลังความคิด สรรค์สร้างชาติและสังคมของเราให้พัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไป

แม้เราจะพัฒนาขึ้น จนได้รับการประเมินว่า มีขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นลำดับที่ 29 ของโลก (IMD World Competitive Yearbook 2004) แต่เราก็ยังด้อยกว่าอีกหลายประเทศ เป็นรองเพื่อนบ้าน อย่างสิงคโปร์ และมาเลเซีย (ลำดับที่ 2 และ 16) ยังมีปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องแก้ไข มีช่องว่างระหว่างคนรวยกับจน คนจนมีประมาณ 6.2 ล้านคน หรือประมาณ 9.8% (เกณฑ์คนจน คือ ผู้มีรายได้ต่อเดือนเท่ากับหรือน้อยกว่า 922 บาท – สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) มีอัตราการตายของทารกอายุน้อยกว่า 1 ปี ร้อยละ 34.5 มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีซึ่งขาดสารอาหารร้อยละ 9.4 มีช่องว่างทางดิจิทัล (Digital Divide) กว่าร้อยละ 80 ไม่ใช้อินเทอร์เน็ต (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, เครื่องชี้การพัฒนาประเทศไทย พ.ศ.2546) มีนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรเพียง 103 คนจากคน 100,000 คน มีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาเพียง 0.1% ของ GNP (World Bank, Human Development Report 2001)

ประเทศเรามีคน 62 ล้านคน ซึ่งต้องลงสนามวิ่งแข่งทางไกลกับคนชาติอื่น ๆ บนลู่วิ่งที่กว้างขวาง แต่แน่นขนัดด้วยประชากรโลกกว่า 6,200 ล้านคน เราคงวิ่งไปพร้อม ๆ กันทั้ง 62 ล้านคนเพื่อจะเข้าสู่เส้นชัยพร้อมกันไม่ได้ เพราะนั้นหมายถึงเราทุกคนจะล้าหลังประเทศอื่น เราจึงส่งท่านซึ่งยังหนุ่มยังสาวมาเพื่อวิ่งนำเรา หวังว่าท่านจะวิ่งนำไปข้างหน้า แล้วหันมาส่งสัญญาณว่าลู่ไหน ช่องไหนที่คนไทยอีกจำนวนมากจะวิ่งได้ เพื่อให้คนไทยจำนวนมากวิ่งถึงเส้นชัย เร็วบ้างช้าบ้าง แต่ก็ถึงเส้นชัยทุกคน โดยคนที่ถึงช้าสุด ก็ยังอยู่ในตำแหน่งที่ดีพอสมควร ส่วนท่านจะเข้าเส้นชัยเป็นลำดับหนึ่งลำดับสอง ก็ไม่ว่ากัน เราเพียงหวังว่าท่านจะไม่วิ่งออกนอกลู่นอกทาง ตัดช่องน้อยแต่พอตัว

ผมจึงขอพูดตรง ๆ แม้จะฟังไม่เพราะ ขอความกรุณาท่านผู้คิดแต่แรกว่า จะออกนอกลู่ อย่าได้สมัครแข่งขันเพื่อรับทุนรัฐบาลเลย ใช้เงินของครอบครัวหรือหาแหล่งทุนอื่นที่ไม่มีข้อผูกพันดีกว่า อย่าทำลายโอกาสของสังคมไทยที่จะได้รับประโยชน์จากงานที่รังสรรค์โดยนักเรียนทุนรัฐบาล นี่ไม่ได้หมายความว่า คนซึ่งไม่ใช่นักเรียนทุนรัฐบาล จะสร้างประโยชน์ให้ชาติบ้านเมืองไม่ได้ แต่คนเป็นนักเรียนทุนมีพันธะที่ต้องคิดถึงชาติและสังคมก่อนคิดถึงตนเอง เพราะเรียนด้วยทุนของสังคม ไม่ได้เรียนด้วยทุนตนเอง ส่วนท่านผู้ตั้งจิตแต่แรกว่าจะทำงานให้กับสังคมไทยหลังสำเร็จการศึกษา ก็ขอให้ตั้งจิตให้แน่วแน่ อย่าหวั่นไหว ให้รู้จักหน้าที่ ท่านมาที่นี่เพื่อมาสั่งสมความรู้และประสบการณ์ เพื่อกลับไปทำประโยชน์ให้สังคมไทย อย่าให้ความเหงา ความว้าเหว่ ความรักฉันท์หนุ่มสาว ทำให้ท่านไขว้เขว รักแรกพบ (Love at First Sight) เกิดขึ้นได้ แต่เกิดได้เฉพาะกับพ่อและแม่ซึ่งเห็นลูกแรกคลอดเท่านั้น จึงขอให้คิดถึงสังคมไทย คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ก่อนจะตัดสินใจ

สำหรับท่านที่มีคนรักหรือกำลังมีคนรัก โดยมีคนรักที่เป็นคนชาติอื่นที่มิใช่ชาติไทย ขอให้เชิญชวนคนรักกลับไปช่วยสร้างชาติไทยดีกว่า ไทยเราให้โอกาสกับคนต่างชาติเสมอ ผล (Impact) ของงานที่ท่านหรือคนรักท่านทำในสหรัฐฯ มีน้อยกว่าผลของงานที่เท่ากันที่ท่านหรือคนรักของท่านทำในไทย

ขอให้หมั่นเตือนตนเสมอว่า ท่านมีหน้าที่อะไร มีพันธะกรณีกับใคร และขอฝากโคลงสี่สุภาพ พร้อมคำแปลฉบับภาษาอังกฤษโดยอดีตนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เพื่อเตือนสติท่านทั้งหลายด้วย

ฝูงชนกำเนิดคล้าย คลึงกัน All men are we all in one
ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ แผกบ้าง Brown, black by the sun cultured
ความรู้อาจเรียนทัน กันหมด Knowledge can be won alike
เว้นแต่ชั่วดีกระด้าง ห่อนแก้ ฤาไหว Only heart differs from man to man
เสียสินสงวนศักดิ์ไว้ วงศ์หงส์ Robbed of wealth, your pride maintain
เสียศักดิ์สู้ประสงค์ สิ่งรู้ Robbed of pride, do gain things wise
เสียรู้เร่งดำรง ความสัตย์ ไว้นา Robbed of wisdom, a gain to faith
เสียสัตย์อย่าเสียสู้ ชีพม้วย มรณา Robbed of even life, in faith ye be