กว่าจะถึงวันนี้…กับการเรียนปริญญาเอกที่เยอรมนี…พัชรกมน หนูเอียด

patcharakamon

การเรียนที่นี่ก็เหมือนการทำงาน ตลอด 3 ปีกว่า เป็นการทำงานวิจัยปราศจากการเรียนในชั้นเรียน เพราะฉะนั้นปัจจัยสำคัญคือตัวเราเอง ที่ต้องบริหาร และจัดการแผนงานและเวลาให้ดีให้สามารถจบการศึกษาตามกำหนดเวลา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายประกอบกับ อุปสรรคเรื่องภาษาความเป็นอยู่ในช่วงแรกซึ่งต้องปรับตัวค่อนข้างมาก ต่อมาคืออุปสรรค เรื่องเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงานวิจัยซึ่งปัญหานี้เป็นอุปสรรค โดยตรงของตัวเองร่วมกับสภาพแวดล้อม ในการทำงานที่นี่ต่างจากเมืองไทยมาก ไม่มีระบบพี่น้องที่จะคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพราะฉะนั้นเราต้อง ช่วยเหลือตัวเองก่อน แก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อนจะขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ที่ปรึกษา หรือเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเพื่อนร่วมงานที่ดีเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ ถ้าเราแสดงให้เขาเห็นถึงความจริงใจของเรา ที่พร้อมจะช่วยเหลือเขาเขาก็พร้อม จะช่วยเหลือเมื่อเรามีปัญหาเช่นกัน และเราสามารถพัฒนาภาษา ของเราจากพวกเขาได้ด้วย ซึ่งสุดท้ายเราก็จะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ ส่วนปัจจัยในตัวเราเองนั้น …มีคนเคยบอกไว้ว่าการเรียนปริญญาเอก ไม่ว่าที่ไหนคือการเสียสละความสุขส่วนตัว ซึ่งเป็นคำพูดที่ค่อนข้างจริง…เราไม่มีเวลาเที่ยวเล่นเหมือนคนอื่น ชีวิตประจำวันอยู่ในห้องแลป ทำเรื่องซ้ำๆเดิมๆเป็นปีๆ…ปีแรกในการเรียนจะเน้นการอ่านหนังสือ และอ่านเปเปอร์เพื่อเป็นการหาความรู้ และปูพื้นฐานให้กับตัวเองก่อนจะเริ่มเข้าไปทำงานในห้องแลป ซึ่งช่วงแรกจะเป็นการลองผิดลองถูกเสียมากกว่า หลังจากนั้นเมื่องานเริ่มเข้าที่เข้าทาง ก็จะถึงเวลา จะต้องลงมือลงแรงและทุ่มเทอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วงนี้ เป็นช่วงที่เริ่มทำงานหนัก เริ่มงาน 9:00 น. เลิกงานหลัง 18:00 น.หรือบางครั้งหลัง 20:00 น. โดยส่วนตัว ได้มีการทำ to do list ทุกเช้าก่อนเริ่มงานเพื่อ เป็นการจัดระเบียบ ให้กับตัวเอง ว่าแต่ละวัน ต้องทำอะไรบ้างทำแล้วก็ต้องจดลงบันทึกไว้ว่าทำอะไรไป และได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งการที่เราทำงานอย่างมีแผนและมีระบบจะทำให้เราทำงานเสร็จตามกำหนด และตามความคาดหมาย โดยไม่ต้องแบกงานกลับไปทำต่อที่บ้านหรือวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ซึ่งเป็นการริดรอนเวลาพักผ่อนของเราเอง
ถ้ามีเวลาเหลือจากการทำแลปก็ต้องอ่านเปเปอร์และเพิ่มพูนความรู้ไปเรื่อยๆ ถ้าหากอาจารย์ ที่ปรึกษาสั่งงานนอกก็ไม่ควรปฏิเสธเพราะนั่นคือการเรียนรู้และเป็นหนทางที่จะสร้างประสบการณ์ให้กับตัวเอง ยิ่งเราทำงานหลากหลายมากเท่าไรเราก็จะได้รอบรู้หลากหลายด้านมากเท่านั้น และผลพลอยได้ก็คือ การแสดงความรู้ความสามารถให้อาจารย์ที่ปรึกษาหรือผู้อื่นเห็นซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับตัวเอง ศักยภาพและความตั้งใจและพยายามของเราที่เขาเห็นจะเป็นปัจจัยที่จะทำให้ อาจารย์ที่ปรึกษาสนับสนุน และอยากจะสอนและฝึกให้เราเก่งขึ้น ขณะเดียวกันหากเราจะถูกกวดขัน หรือตำหนิก็ให้ถือเป็นเรื่องธรรมดา คนที่นี่ค่อนข้างพูดตรงไม่มีการถนอมน้ำใจ ก็ให้ถือว่าเป็นอุปนิสัยของเขาที่ต่างจากเรา แน่นอนว่าช่วงแรก ที่ยังไม่ชิน เราอาจคิดมาก น้อยใจและอาจทำให้ท้อแท้กับการเรียน แต่สักพักเมื่อเราก็จะปรับตัวได้ จิตใจก็จะเข้มเเข็งขึ้น และจะทำความเข้าใจกับตนเองได้ว่าหากคิดมากกับคำพูดทุกคน ก็จะทำให้ตัวเองไม่สบายใจเอง ให้คิดเสียว่าเขาตำหนิเพราะเขาอยากจะฝึกให้เราดีขึ้น …สิ่งสำคัญต่อมาคือเรื่องเวลา ต้องรักษาเวลาให้ดี อย่าสาย อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ถ้าเราสายบ่อยๆ มันก็จะเป็นนิสัยติดตัวและผู้อื่น ก็จะเข้าใจว่าเราเป็นคนสายเสมอ ซึ่งจะส่งผลเสียกับตัวเราเอง และแน่นอนว่าการทำงานเดิมๆ ในสถานที่เดิมอยู่ทุกวันอาจทำให้เบื่อและไม่มีแรงบันดาลใจในการทำงานต่อ ยิ่งผลงานออกมาไม่ดียิ่งทำให้ท้อ ข้อนี้เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญที่นักศึกษาปริญญาเอกต้องก้าวผ่านให้ได้ ซึ่งแต่ละคน ก็จะมีวิธีการจัดการกับตัวเองที่แตกต่างกัน ส่วนตัวเองนั้นเลือกที่จะมองหาคนรอบข้าง ที่เขาพอจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้เราได้ และเราก็ได้ค้นพบหลักข้อหนึ่งว่า ถ้าเรารักและะสนุกกับงาน ที่ทำเราก็จะอยากทำอยากค้นหาสิ่งใหม่ๆอยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้นเราต้องหาให้เจอว่า ความท้าทายของงานเรามันคืออะไร ต้องคิดอยู่ทุกวันว่าช่องโหว่ของงานเราอยู่ที่ไหน ลองคิดแก้ปัญหาด้วยความคิดใหม่ๆ เป็นการท้าทายตัวเองอยู่ทุกวัน รู้สึกเหนื่อยอยากพักเมื่อไหร่ ก็ลาหยุดสองสามวัน จัดทริปไปเที่ยวกับเพื่อนคนไทยได้ ก็จะเป็นโอกาสให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ยิ่งเราได้รับรู้ว่าเพื่อนเราเจอกับเรื่องที่แย่เหมือนกับเรา และอาจจะแย่กว่าที่เราพบด้วยซ้ำ ก็จะทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้เผชิญอยู่คนเดียว และเราก็สามารถ เป็นกำลังใจให้ซึ่งกันและกันอีกด้วย
นอกจากนั้น ระหว่างเรียนในเยอรมนีก็พอจะมีเวลาว่างให้ได้ทำกิจกรรมคลายเครียด อย่างเช่นออกกำลังกาย เล่นกีฬากับเพื่อน ซึ่งเป็นวิธีคลายเครียดที่ดีและได้ประโยชน์ การชาร์ตแบตให้กับตัวเอง ก็จะเป็นการเพิ่ม พลังกายพลังใจให้ตัวเองเพื่อจะทำงานได้ต่ออย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ

โดยสรุป…การที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนปริญญาเอกคือต้องขยัน มีความพยายาม อดทน ตรงต่อเวลา มีวินัยและความรับผิดชอบ คบเพื่อนที่ดี ชวนกันเรียน คอยช่วยเหลือเป็นกำลังใจกัน และสุดท้าย พยายามคิดบวกและรู้จักหาวิธีผ่อนคลายให้กับตัวเอง

พัชรกมน หนูเอียด